เนชั่นทีวี

Business thai

สงครามอิสราเอล-ฮามาส หนุนราคาทองคำพุ่งต่อไหม !

15 ต.ค. 2566 | sukanya_san

สงครามอิสราเอล-ฮามาส หนุนราคาทองคำพุ่งต่อไหม !

ราคาทองคำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา 1-12 ต.ค. ปรับตัวขึ้น 28 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แรงหนุนจากสถานการสู้รบระหว่างอิสราเอล กับ กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ยังร้อนระอุ  ผสมโรงกับบอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวลงต่อเนื่อง แต่ในสัปดาห์หน้าทองคำจะปรับขึ้นต่อหรือไม่นั้น ตามไปดูกันเลย

นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด  เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำในสัปดาห์หน้ากับ Nation Online ว่า  ราคาทองคำช่วง 1-12 ต.ค.ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวขึ้นประมาณ 28 ดอลลาร์ต่อออนซ์สูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์หลังจากเกิดสงครามอิสราเอล-ฮามาส

โดยแนวโน้มทิศทางราคาทองคำเคลื่อนไหวในรูปแบบ Sideway up  ได้แรงหนุน จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 4.581% ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์

นอกจากนี้การเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประจำวันที่ 19-20 ก.ย. บ่งชี้ว่า เฟดควรจะดำเนินการอย่างระมัดระวังในการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต  

 

สงครามอิสราเอล-ฮามาส หนุนราคาทองคำพุ่งต่อไหม !

- ปัจจัยบวกลบที่ต้องติดตาม

สถานการสู้รบระหว่างอิสราเอล กับ กลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์ หากสถานการณ์ อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ขยายขอบเขตไปอีก ก็จะหนุนราคาทองคำ


- จีนกำลังพิจารณาเพิ่มการขาดดุลงบประมาณปี 2023

คาดรัฐบาลกลางจีนเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตตามกรอบเป้าหมายที่ 5% การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจีน  เช่น ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ยอดค้าปลีก   การผลิตภาคอุตสาหกรรม การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร อัตราการว่างงาน หากบ่งชี้การเติบโตที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง จะยิ่งเพิ่มความกดดันให้กับเงินหยวนที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง

- กลยุทธ์การลงทุน

มีแรงซื้อดันให้ราคาปรับตัวขึ้นหลังจากราคาอ่อนตัวลงในช่วงก่อนหน้า หากราคารักษาระดับไว้ หรือ ยังคงมีแรงซื้อสลับเข้ามาเพิ่ม แนะนำเสี่ยงเปิดสถานะซื้อทำกำไรระยะสั้น เมื่อสามารถยืนเหนือโซนแนวรับ 1,858-1,839 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  ตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับบริเวณ 1,839 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  ทยอยปิดสถานะซื้อทำกำไรหากราคาผ่านแนวต้านบริเวณ 1,891-1,909 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 

อย่างไรก็ตาม ประเมินแนวต้านแรกที่  1,891 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 1,909 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  1,927 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวรับ  1,858 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 1,839 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 1,821 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 

ข่าวล่าสุด