svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเงิน-การลงทุน

วัดฝีมือ "พรอนงค์" ยกเครื่องก.ล.ต.-ปราบทุจริตตลาดทุน

21 กันยายน 2566
1.1 k

จับตา “พรอนงค์” หลังครม.ไฟเขียวนั่งเก้าอี้เลขาก.ล.ต.คนใหม่ เร่งยกเครื่ององค์กรเตรียมชงบอร์ดขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาตลาดทุนภายใน 2 สัปดาห์

สร้างเซอร์ไพร์สให้กับตลาดทุน หลังจากครม.ชุดใหม่ ภายใต้แกนนำของ "เศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมตรี เคาะชื่อ “พรอนงค์ บุษราตระกูล” เป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คนใหม่แทน "รื่นวดี สุวรรณมงคล" ที่หมดวาระลงเมื่อเดือนเม.ย. 66 ที่ผ่านมา หลังจากที่ยื้อกันมานานแรมเดือน  ซึ่งถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้ไม่น้อย เพราะงานที่คั่งค้างจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ หลังจากที่หยุดชะงักลงจากภาวะขาดหัวเรือใหญ่ของ ก.ล.ต.

โดยประเด็นสำคัญเลขาธิการ ก.ล.ต.คนใหม่ต้องเข้ามาสะสาง คงหนี้ไม่พ้นเรื่องธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และจรรยาบรรณของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ  ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีข่าวฉาวเกิดขึ้นตลอด เช่น กรณีการซื้อขายหุ้น MORE แบบผิดปกติ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พ.ย.65 และสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงให้กับตลาดหุ้นไทยอย่างมาก จนถึงขั้นที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหุ้น MORE ถึง 34 รายการ มูลค่ารวม 5.37 พันล้านบาท 

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์  เนื่องจากนำเงินของลูกค้าจำนวน 154 ล้านบาท ไปใช้ชำระค่าซื้อหลักทรัพย์หุ้น MORE กับบริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นการนำเงินของลูกค้าไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยที่ลูกค้ามิได้อนุญาต

อีกทั้ง ก.ล.ต.ยังได้ แจ้งกล่าวโทษบุคคล 18 ราย ต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี หรือ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

วัดฝีมือ "พรอนงค์" ยกเครื่องก.ล.ต.-ปราบทุจริตตลาดทุน

ตามมาด้วยปัญหาปมทุจริตบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK มีการตกแต่งบัญชีเพื่อให้ตัวเลขดีเกินจริง หลอกลวงให้นักลงทุนหลงเชื่อว่าเป็นบริษัทที่ดูดีจนเกิดความเสียหายเกือบ 5 หมื่นล้านบาท และทางผู้เสียหายจำนวนมากได้มีการฟ้องร้อง ทั้งทางอาญา และทางแพ่ง เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ สร้างความเสียหายไปทั้งตลาดทุน เพราะเอฟเฟ็กต์ทั้งต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย เจ้าหนี้ธนาคาร และผู้ลงทุนหุ้นกู้
    
ล่าสุดกลต.ขอให้นำส่งรายงานผลการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษภายในวันที่ 29 ก.ย.นี้  เนื่องจากมีความล่าช้าในการจัดเตรียมข้อมูลและการขอเอกสารรายการเดินบัญชี (bank statement) เพื่อให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ นั้น ก.ล.ต เห็นว่ารายงานผลตรวจสอบดังกล่าวเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญที่ต้องนำส่ง ก.ล.ต. และต้องเปิดเผยต่อผู้ถือหลักทรัพย์ของ STARK โดยเร็ว

ถัดมาเป็นวิกฤตหุ้นกู้ของ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ หุ้น JKN ที่มีปัญหาในการชำระหนี้หุ้นกู้ โดยบริษัทได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงแนวทางในการชำระหนี้ให้กับผู้ถือหุ้นกู้พิจารณาในที่ประชุมวันที่ 27 ก.ย.นี้ โดยเสนอขอขยายกำหนดชำระหนี้ออกไปเป็น 23 ก.พ. 67 และไม่ขอให้เป็นเหตุในการผิดนัดชำระ พร้อมจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 7% นอกจากนี้ยังจะจ่ายเงินก้อนแรก 19.5 ล้านบาท ในวันที่ 15 ธ.ค. 66 หากผู้ถือหุ้นกู้อนุมัติ

นอกเหนือจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริษัทจดทะเบียนแล้ว ปมร้อนในโลกคริปโตเคอเรนซี อย่างกรณีของบริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด (Zipmex) ที่ทำธุรกิจผิดประเภทนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต ด้วยการชักชวนลูกค้าลงทุนใช้บริการโครง การ  “ZipUp+” จูงใจให้อัตราผลตอบแทนสูง จน ก.ล.ต.ได้ดำเนินการตรวจสอบและสั่งเปรียบเทียบปรับรวมเฉียด 11 ล้านบาทไปแล้ว

ที่กล่าวมาถือเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า ปมปัญหาต่างๆ ในโลกตลาดทุนนั้นมีอยู่มากมายกระจายไปทั่วทุกสินทรัพย์ ซึ่งหากลุยรื้อใต้พรมดู ไม่รู้ว่าจะมีอีกหลาย ๆ บริษัทหรือไม่ ที่มีเจตนาฉ้อฉลปล้นเงินนักลงทุน โดยอาศัยกระบวนการตรวจสอบและการดำเนินการทางกฎหมายที่ล่าช้าและไม่ทันการณ์ ทำให้มีการผ่องถ่ายเงินสดและทรัพย์สินออกไปจากบริษัท ผ่านการตบแต่งบัญชีด้านลูกหนี้และเจ้าหนี้ให้เกินจริง

ดังนั้นกลต.จำเป็นต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำกฏหมายที่มีอยู่ในมือบังคับใช้ เพื่อไม่ให้ความเสียหายรุนแรงเหมือนในอดีต  พร้อมทั้งเข้มงวดบริษัทที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ และยกเครื่องปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ทัน ตลอดจนวางระบบที่มีความเข้มงวดมากขึ้น เพราะหลายเคสที่เกิดขึ้น ได้สร้างความเสียหายไปแล้ว โดยที่ทางการเข้าไปตรวจสอบป้องกันไม่ทันเหตุการณ์ ทำให้นักลงทุนรายย่อยเสียหายหนัก บางคนถึงกลับสิ้นเนื้อประดาตัวกันเลยทีเดียว

คงต้องจับตาดูว่าเลขาธิการ ก.ล.ต.ป้ายแดง จะมีนโยบายขับเคลื่อนให้เกิดกลไกการกำกับดูแลตลาดทุนที่ยั่งยืนต่อไปอย่างไร และจะยกเครื่องกฎระเบียบอะไรใหม่ ๆ ได้ทันกับเล่ห์เหลี่ยม กลโกง ของบจ.หรือไม่  ซึ่งต้องรอฟังนโยบายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง คาดว่าจะเสนอแผนงานให้บอร์ดพิจารณาภายใน 2 สัปดาห์นี้ ก่อนที่จะเดินหน้าลุยกับความท้าทายที่รออยู่ เพื่อพิสูจน์ฝีมือของ "พรอนงค์" กันต่อไป ...

วัดฝีมือ "พรอนงค์" ยกเครื่องก.ล.ต.-ปราบทุจริตตลาดทุน