นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ Nation Online ว่า เงินบาทในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าในรอบ 2 เดือนกว่า แตะระดับ 35.64 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยสาเหตุที่เงินบาทอ่อนเกิดจาก
1.การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลของผู้เล่นในตลาดว่า เฟดอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ หรือ เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นาน ซึ่งประเด็นดังกล่าว ยังกดดันให้ ราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และเราเห็นโฟลว์ธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวกลับเข้ามาบ้างในช่วงนี้ โดยโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนกดดันเงินบาท
2. มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่กังวลต่อแนวโน้มดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ยอดการส่งออกยังคงซบเซา นอกจากนี้ เราคาดว่า ในช่วงราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวขึ้น พร้อมกับการอ่อนค่าของเงินบาท อาจส่งผลให้ภาคธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงานมีการเร่งซื้อน้ำมันในช่วงนี้ได้
3. แรงกดดันจากการอ่อนค่าลงของเงินหยวนจีน ท่ามกลางความกังวลการฟื้นตัวเศรษฐกิจจีน
4. ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติที่ยังมีทิศทางไม่แน่นอน
- แนวโน้มมีโอกาสแตะ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐได้หรือไม่
จากการประเมินแนวต้านสำคัญของเงินบาทไว้แถว 35.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และคงมุมมองเดิมตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน ซึ่งเราได้คาดการณ์ว่า โซน 35.85-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อาจเป็นจุดอ่อนค่าสุดของเงินบาทในปีนี้ จากเหตุผลด้านการประเมินมูลค่าของเงินบาท (valuation) จากดัชนีค่าเงินบาทที่แท้จริง (REER) นอกจากนี้ โซน 35.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อาจยังเป็นช่วงที่บรรดาผู้ส่งออกต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์อยู่ ทำให้การอ่อนค่าของเงินบาทอาจมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป