เนชั่นทีวี

Business thai

เช็กราคาทองคำเดือนก.ย.รุ่งหรือร่วง !

03 ก.ย. 2566 | sukanya_san

เช็กราคาทองคำเดือนก.ย.รุ่งหรือร่วง !

ราคาทองคำช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้น 116 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ +6.39% โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุน จากคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยภายในปีนี้ ส่วนแนวโน้มทิศทางราคาทองคำเดือนก.ย.จะเป็นอย่างไร เช็กรายละเอียดได้ที่นี่

นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด  เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำในเดือนก.ย.กับ Nation Online ว่า  ราคาทองคำช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นประมาณ 116 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ +6.39%

โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุน จากคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยภายในปีนี้  ซึ่งนำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ภายในช่วงต้นปีหน้า

ทั้งนี้ราคาเผชิญกับความผันผวนโดยได้รับแรงกดดัน จากเศรษฐกิจจีนนั้น มีการเติบโตในระดับต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้แรงซื้อทองคำจากจีน มีแนวโน้มลดลง

  เช็กราคาทองคำเดือนก.ย.รุ่งหรือร่วง !

ปัจจัยบวกลบที่ต้องติดตามในเดือนก.ย.

- ผลการประชุมเฟดในเดือนก.ย. คาดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% แนะนำติดตามการแถลงผลการประชุมของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เพื่อจับสัญญาณถึงความเป็นไปได้ต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนพ.ย. –ธ.ค. ปี2023

- คันทรี การ์เดน (Country Garden) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอกชนรายใหญ่ที่สุดของจีนเปิดเผยว่า บริษัทขาดทุนเกือบ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี2023 ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้  ความพยายามของรัฐบาลจีนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อหยุดยั้งการซบเซาของภาคอสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้เศรษฐกิจของจีน กำลังเผชิญภาวะชะลอตัว โดยทางการพยายามดิ้นรนเพื่อฟื้นฟูการลงทุนจากต่างประเทศ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์หั่นคาดการณ์จีดีพีจีน กังวลเศรษฐกิจเสี่ยงฮาร์ดแลนดิ้ง

สำหรับแนวโน้มทิศทางทองคำทองคำในเดือนก.ย. ประ เมินว่าราคาจะมัการแกว่งตัวในกรอบ  Sideway เพื่อรอความชัดเจน จากปัจจัยข้างต้น   

กลยุทธ์การลงทุน จึงแนะนำให้เข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลง โดยประเมินแนวรับ 1,884-1,851 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (1,884 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ถือเป็นระดับต่ำสุดเดือนส.ค.) และให้ขายทำกำไรหากราคาดีดตัวไม่ผ่านแนวต้าน 1,966 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ระดับสูงสุดเดือนส.ค.)
ทั้งนี้หากผ่านได้ประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,987 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ระดับสูงสุดเดือนก.ค.) 

อย่างไรก็ตาม หากราคาไม่สามารถยืนแนวรับแรกได้ ให้ตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยงของพอร์ทกาลงทุน เพื่อรอเข้าซื้อใหม่อีกครั้ง เมื่อราคาสร้างฐานในโซน 1,809-1,804 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ระดับต่ำสุดของเดือน มี.ค.,ก.พ. และระดับต่ำสุดของปี 66)

 

ข่าวล่าสุด