น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า ค่าเงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 34.90-35.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ติดตามจีดีพีไตรมาส 2 ของไทย (คาด +3.1% y/y) รวมถึงสัญญาณจากประธานเฟดในงานสัมมนาวิชาการประจำปีที่เมือง Jackson Hole ช่วงปลายสัปดาห์
สำหรับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคในช่วง 1 ส.ค. -18 ส.ค. พบว่าวอน-เกาหลีใต้อ่อนค่ามากสุด 4.72% รองลงมาเป็นบาท-ไทย 3.34% ริงกิต-มาเลเซีย 3% เปโซ-ฟิลิปปินส์ 2.43% ดอลลาร์-สิงคโปร์ 2.03% หยวน-จีน 1.90% ดอลลาร์-ไต้หวัน 1.50% รูเปียห์-อินโดนีเซีย 1.48% รูปี-อินเดีย 0.99% ดอง-เวียดนามอ่อน 0.48%
โดยทุกสกุลเงินในภูมิภาคถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯที่สูงขึ้น ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของสหรัฐฯยังออกมาดีเกินคาด ตรงกันข้ามกับตัวเลขเศรษฐกิจของจีน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 1.2 หมื่นล้านบาท ขายสุทธิพันธบัตร 5.3 หมื่นล้านบาท โดยมีตรา สารครบอายุ 1.8 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้มองว่าเฟดจะตรึงดอกเบี้ยที่ระดับสูงยาวนาน แม้จะมีกระแสข่าวว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนก.ย.นี้ ส่วนประเด็นโหวตนายกฯ หากยืดเยื้อ จะส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและค่าเงินบาท