นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ Nation Online ว่า ความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองไทยที่ยังวุ่นวายอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติยังไม่รีบกลับเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทย ซึ่งเห็นได้จากแรงขายบอนด์ระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อว่านักลง ทุนต่างชาติก็ไม่ได้กังวลมากเท่ากับช่วงก่อนหน้า ทำให้แรงขายหุ้นไทยก็เริ่มชะลอลงบ้างแล้ว
ทั้งนี้ประเมินว่านักลงทุนต่างชาติอาจรอจังหวะ ตลาดย่อตัวลงในการทยอยเข้าซื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่ราย งานผลประกอบการของหุ้นใหญ่ ๆ หลายบริษัททยอยออกมา และผลประกอบการก็ถือว่าเป็นไปตามคาด หรือ ดีกว่าที่ตลาดคาด
ดังนั้นในช่วงที่สถานการณ์การเมืองไทยยังไม่ชัดเจนและมีความไม่แน่นอนอยู่ ค่าเงินบาทก็อาจยังผันผวนในกรอบ sideway และจะยังไม่กลับมาเป็นเทรนด์แข็งค่าชัดเจน จนกว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะมีความชัดเจนมากขึ้น
โดยประเมินแนวโน้มเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ ตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ หลังเฟดจบรอบการขึ้นดอกเบี้ยและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยก็มีแนวโน้มดีขึ้น ตามการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และหากการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จได้ในปีนี้ นักลงทุนต่างชาติก็พร้อมกลับเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทยมากขึ้น ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้เราคงเป้าเงินบาทสิ้นปีอยู่ที่ 32.35-32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ