เนชั่นทีวี

Business thai

เงินบาทแชมป์ ! แข็งค่าสุดในภูมิภาค-สาเหตุมาจากปัจจัยใดบ้าง

30 ก.ค. 2566 | sukanya_san

เงินบาทแชมป์ ! แข็งค่าสุดในภูมิภาค-สาเหตุมาจากปัจจัยใดบ้าง

แบงก์กรุงศรีฯ มองเงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหว 33.80-34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ ชี้หากเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาลดึงความเชื่อมั่น เปิดสถิติสกุลเงินภูมิภาค 1 ก.ค.-27 ก.ค. บาทแข็งแชมป์ภูมิภาค ด้านแบงก์กรุงไทยคาดกนง.ขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ Nation Online ว่า  ค่าเงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 33.80-34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  โดยปัจจัยต่างประเทศติดตามตัวเลข ISM ภาคการผลิตและบริการ รวมถึงการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ค. ของสหรัฐฯ

ขณะที่ในประเทศเกาะติดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือกนง. คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2.25% จากสัญญาณที่ต้องการสร้างขีดความสามารถในการทำนโยบาย (policy space) สำหรับอนาคต

ส่วนธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด มองว่ามีโอกาสสูงที่เฟดจบวงจรดอกเบี้ยขาขึ้นแล้ว แต่จะตรึงไว้ถึงราวกลางปีหน้า โดยหากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯดีกว่าคาด ดอลลาร์จะแข็งค่าจะส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้ เพราะตลาดจะทบทวนคาดการณ์เรื่องดอกเบี้ยใหม่

ด้านการจัดตั้งรัฐบาลหากเป็นรัฐบาลเพื่อไทย ค่อนข้างได้รับการยอมรับจากตลาด เพราะนโยบายเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ตลาดรอดูความชัดเจน และอยากเห็นการเมืองนิ่ง

สำหรับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคในช่วง 1 ก.ค.-27 ก.ค.  พบว่าบาท-ไทยแข็งค่ามากสุด  4.02%  รองลงมาเป็นวอน-เกาหลีใต้  3.28% ริงกิต-มาเลเซีย 3.09% ดอลลาร์-สิงค โปร์ 2.17%  หยวน-จีน 1.68% เปโซ-ฟิลิปปินส์  1.26% รูปี-อินเดีย 0.05% ยกเว้นดอง-เวียดนามอ่อน 0.35%  ดอลลาร์-ไต้หวัน 0.22% และรูเปียห์-อินโดนีเซียอ่อน 0.01%

สาเหตุที่เงินบาทแข็งเกิดจาก 

  • ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดขึ้นดอกเบี้ยจบแล้ว
  • ท่าทีประธานเฟดไม่ได้แข็งกร้าว แม้แบ่งรับแบ่งสู้

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ 1 ก.ค. -26 ก.ค. ต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 1.4 หมื่นล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 1.7 หมื่นล้านบาท

เงินบาทแชมป์ ! แข็งค่าสุดในภูมิภาค-สาเหตุมาจากปัจจัยใดบ้าง

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ Nation Online ว่า  การเลื่อนโหวตนายกฯ ตลาดน่าจะรับรู้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองไทยไปพอสมควรแล้ว สะท้อนผ่านแรงขายสินทรัพย์ไทยที่ไม่ได้รุนแรงมากนัก และล่าสุด นักลงทุนต่างชาติก็เริ่มกลับมาซื้อสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติม ทั้งบอนด์ระยะสั้นและหุ้นไทย โดยส่วนหนึ่งอาจมีมุมมองว่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น

ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินหรือ กนง. ที่จะถึงนี้ ยังคงมุมมองเดิมว่า กนง จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 0.25%  สู่ระดับ 2.25% จากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นต่อเนื่อง แรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต จากปัจจัยหนุนทั้ง เรื่องภัยแล้ง (El Nino) นโยบายของรัฐบาลใหม่ที่อาจมีการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมและการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 

นอกจากนี้ กนง. อาจต้องการเพิ่มขีดการดำเนินนโยบายการเงิน หรือ policy space ในจังหวะที่สามารถทำได้ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ หากเศรษฐกิจชะลอลงหนักในอนาคต

สำหรับนโยบายการเงินเฟด เรามองว่า เฟดได้จบรอบการขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว และเฟดมีโอกาสคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.50% ไปจนกว่าจะเห็นว่าเศรษฐกิจเผชิญความเสี่ยงด้านลบมากขึ้น หรือ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงหนักจนเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) เฟดถึงจะทยอยเริ่มลดดอกเบี้ยนโยบายลง

 

 

ข่าวล่าสุด