สอดคล้องกับ นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดล่วงหน้า (TFEX) เปิดเผยว่า ภาพรวมราคาทองคำในปี 2565 ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนราคาเหวี่ยงกว่า 20% โดยต้นปีราคาทองคำเปิดที่ 1,828 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ และ ปรับไปแตะระดับสูงสุดที่ 2,069 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากข่าวรัสเซีย- ยูเครนเข้ามาเป็นปัจจัยหนุน
และลดลงเมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในเดือนมีนาคม จนทำจุดต่ำสุดที่ 1,614 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ แต่สัญญาณทองคำกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ช่วงท้ายปี เมื่อเฟดเริ่มมีท่าทีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน้อยลงทำให้ทองคำเริ่มยืนเหนือ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จึงทำให้ปี 2565 นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบันหากใครถือทองคำในราคาไทย คาดว่าจะทำกำไรได้เกือบ 4%
ส่วนแนวโน้มปี 2566 ราคาทองคำโอกาสปรับขึ้นได้ค่อนข้างมาก โดยมีปัจจัยหนุนที่ต้องติดตาม 4 ปัจจัย ได้แก่
1. เศรษฐกิจสหรัฐฯ เพราะหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯมีโอกาสถดถอยหากเฟดยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีหากมองย้อนไปในอดีตจะพบว่าเมื่อเกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจส่วนใหญ่ทองคำจะให้ผลตอบแทนเป็นบวก
2. ทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของเฟด อาจจะเปลี่ยนไป คือปรับขึ้นได้น้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง และส่งผลบวกต่อราคาทองคำได้
3. การเคลื่อนไหวของกองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุนทองคำขนาดใหญ่ ที่เดือน ตุลาคม และ พฤศจิกายน 2565 กองทุน SPDR ขายทองคำน้อยลง รวมถึงเริ่มกลับมาซื้อทองคำในเดือน ธันวาคม 2565 จึงเป็นสัญญาณบวกที่หนุนทองคำ
4. ปัจจัยความขัดแย้งระหว่าง รัสเซีย - ยูเครน ก็ยังเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ แม้จะมีผลต่อการลงทุนน้อยลงแล้ว แต่ก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
สำหรับคำแนะนำการลงทุนทองคำในปี 2566 ในระยะกลาง และ ระยะยาว กรอบราคาต่างประเทศจะอยู่ที่ 1,879 – 1,916 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ โดยราคาไทยจะอยู่ที่ประมาณบาทละ 30,850-31,450 บาท ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่สดใส อย่างไรก็ดี หากหลุด 1,766-1,729 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ หรือ บาทละ 29,000-28,350 บาท ก็สามารถรอซื้อที่ 1,616 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ หรือบาทละ 26,500 บาทได้
ราคาทองที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2565 จนถึง ปี2566 อาจเรียกได้ว่าเป็น “ปีทอง” ของนักลงทุนที่ถือทองคำไว้ในมือจำนวนมาก ได้นำออกมาทำกำไร แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อย หรือ ประชาชนทั่วไปก็ใช่ว่าจะเข้ามาทำกำไรจากราคาทองคำไม่ได้ แต่อาจจะต้องใช้วิธีแบบค่อยๆเก็บหอมรอมริบ และ รอเวลาเพื่อจะขายทำกำไร ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่า เป็นโอกาสของคนที่ ใจเย็นมากพอ