มาตรการที่ 4 ช่วยเหลือลูกหนี้ของผู้ประกอบการ Non-Banks ช่วยลดภาระหนี้ให้แก่ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางของผู้ประกอบการ Non-Banks ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีหนี้ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีการคิดอัตราดอกเบี้ยสูง โดยจะช่วยเหลือลดภาระการชำระหนี้ ผ่านการลดภาระผ่านชำระ 3 ปี เหลือ 70% และลดดอกเบี้ยลง 10% (เช่น จากเดิน ดอกเบี้ย 25% ต่อปี จะลดเหลือ 15% ต่อปี) ตลอดระยะเวลา 3 ปี และได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ผ่อนปรน ทั้งนี้ หากลูกหนี้มีสถานะเป็น NPL และมียอดคงค้างไม่เกิน 5,000 บาท สามารถเปลี่ยนสถานะปิดจบหนี้ได้
• บรรเทาค่าใช้จ่ายผู้สูงอายุ ผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ได้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นทางรัฐตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 จำนวน 4 ล้านคน ที่มีเงินได้ไม่เกิน 840,000 บาทต่อปี และเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท จะได้รับเงินจำนวน 10,000 บาท ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ
• การลดภาษีสถานบริการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและสนับสนุนการจ้างงาน
ในปี 2568 สถานบริการทั่วประเทศจะได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิตจาก 10% เป็น 5% ของรายรับ เพื่อช่วยเหลือส่งเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ และกระตุ้นการท่องเที่ยวและการจ้างงานในพื้นที่
• โครงการช่วยเหลือชาวนา “ไร่ละพัน”
เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร จะได้รับเงินไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูกข้าว ส่งเสริมให้การผลิตข้าวมีความคุ้มค่าและเพิ่มผลกำไร โดยเกษตรกรสามารถตรวจสอบการโอนเงินได้ผ่านแอปพลิเคชั่น BAAC Mobile ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะเริ่มโอนเงินเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ในแต่ละพื้นที่ ดังนี้
o พื้นที่ภาคเหนือ วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2567
o พื้นที่ภาคกลางและตะวันออก วันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2567
o พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2567
o พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2567
o พื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2567
นอกจากนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจในสังกัดของกระทรวงการคลังทุกแห่งยังได้ร่วมมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนอีกมากมาย อาทิ
- ธนาคารออมสิน มอบเงินรายละ 1,000 บาท ให้แก่ลูกหนี้ดี มีวินัย ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 2 แสนบาท และมีประวัติการชำระหนี้ดีไม่น้อยกว่า 3 ปี ติดต่อกัน และมีสถานะบัญชีปกติ
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มอบโครงการสินเชื่อแทนคุณ สำหรับทายาทเกษตรกรที่ประกอบอาชีพต่อจากครอบครัว จะได้รับดอกเบี้ยพิเศษ และยกเว้นค่าธรรมเนียม รวมถึงลดเบี้ยปรับค้างรับ
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ให้กำลังใจแก่ลูกค้าวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท ที่มีประวัติผ่อนดีไม่น้อยกว่า 4 ปี และมีสถานะบัญชีปกติ จะได้รับเงินคืนรายละ 1,000 บาท
- ธนาคารเพื่อการส่งออกนำเข้าแห่งประเทศไทย มอบดอกเบี้ยพิเศษ 3.5% ต่อปี ใน 2 ปีแรก สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายกำลังการผลิต ต่อเติมซื้อคเรื่องจักร ติดตั้งระบบ Solar หรือยกระดับการทำงานด้าน ESG โดยให้วงเงินกู้สูงสุด 40 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี
- ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย มอบส่วนลดค่าวิเคราะห์โครงการ ล้านละ 5,000 บาท เมื่อยื่นขอกู้ 1 ล้านบาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 2 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568 และได้รับการอนุมัติภายใน 31 มีนาคม 2568
- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย มอบอัตรากำไรพิเศษ 1.63 ต่อปีในครึ่งปีแรก สำหรับสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ “ไอแบงค์รับจบ” โดยให้ผ่อนนานสูงสุด 35 ปี สำหรับไถ่ถอนที่อยู่อาศัยหรือไถ่ถอนสินเชื่ออเนกประสงค์ ภายใน 31 มกราคม 2568
- บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม มอบของขวัญฟรีค่าดำเนินการค้ำประกันแก่ลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 ระหว่างวันที่ 1 – 31 มกราคม 2568 และขยายเวลาโครงการ “หนี้ลด หมดเร็ว ปลดหนี้” ไปถึงสิ้นปี 2568 พร้อมเงื่อนไขผ่อนปรนมากขึ้น เช่น กลุ่มเปราะบาง ที่มียอดเงินต้นไม่เกิน 2 แสนบาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ย 0% ผ่อนสูงสุดได้ 80 เดือน ค่างวดขั้นต่ำ 500 บาท และปลดหนี้ลดเงินต้น 30% เมื่อจ่ายต่อเนื่อง 6 งวด
ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการของกระทรวงการคลังและสถาบันการเงินเฉพาะกิจในสังกัดของกระทรวงการคลัง นอกจากจะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความสุขให้กับประชาชน ยังจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปีใหม่ พ.ศ. 2568 ที่กำลังจะมาถึงนี้