สำหรับภาษีน้ำตาล ระยะที่ 3 ที่เริ่มเก็บตั้งแต่ 1 เมษายน 2566 - 31 มีนาคม 2568 มีอัตราเก็บภาษีที่ปริมาณน้ำตาล 6-8 กรัม คิดอัตราภาษี 0.3 บาทต่อลิตร ปริมาณน้ำตาล 8-10 กรัม คิดอัตราภาษี 1 บาทต่อลิตร ปริมาณน้ำตาล 10-14 กรัม คิดอัตราภาษี 3 บาทต่อลิตร ปริมาณน้ำตาล 14-18 กรัม คิดอัตราภาษี 5 บาทต่อลิตร และปริมาณน้ำตาล ตั้งแต่ 18 กรัม คิดอัตราภาษี 5 บาทต่อลิตร
นาย อชิต กล่าวว่า สำหรับการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2561 บริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 5.9% ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โตกว่าภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ถึง 3 เท่า โดยผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดได้สูงถึง 2.6% โดยเฉพาะในกลุ่มน้ำตาลน้อยและไม่มีน้ำตาล และปีนี้จะดำเนินธุรกิจ ด้วย 5 กลยุทธ์หลัก คือ
- ทำความเข้าใจผู้บริโภคอย่างถ่องแท้
- พัฒนาและนำเสนอสินค้าในบริษัทให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคและตอบรับการเติบโตของตลาด
- สร้างการรับรู้ผ่านแคมเปญส่งเสริมการตลาดตลอดปีเพื่อครองใจผู้บริโภค
- สร้างประสบการณ์ตรงให้ผู้บริโภค และสื่อสารการตลาดผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์
- วางแผนกลยุทธ์ราคาและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่จูงใจ
นอกจากนี้ จะเดินหน้าสานต่อนโยบายส่งเสริมการฝึกอบรมทักษะต่างๆ ตลอดจนเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมกับองค์กรอย่างเสมอภาค สานต่อการบริหารจัดการน้ำที่ดี และ เพิ่มจำนวนบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100%