ความสดของรสชาติ ทางเลือกใหม่ของผลไม้ไทย
ความท้าทายของการส่งออกผลไม้คือการรักษา "ความสดใหม่ " ซึ่งผิงเสียงได้มอบทางเลือกประสิทธิภาพสูงนี้ให้แก่ผู้ประกอบการไทย
โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลผลไม้ที่สินค้ามีปริมาณมากและต้องการความเร่งด่วน ในอดีต ขบวนรถไฟวิ่งเพียง 3 รอบต่อสัปดาห์ แต่ปัจจุบันได้เพิ่มความถี่เป็นวิ่งทุกวัน สูงสุดวันละ 3 รอบ เพื่อรองรับความต้องการของสินค้าไทย เช่น ทุเรียน มังคุด ขนุน และลำไยอบแห้ง
ผลไม้ไทยจะถูกขนส่งด้วยรถบรรทุกตู้เย็นผ่านเวียดนามไปยังด่านด่งดัง ก่อนจะถูกถ่ายโอนขึ้นสู่ขบวนรถไฟตู้เย็นที่ด่านผิงเสียง การเปลี่ยนถ่ายนี้ช่วยให้มั่นใจว่าผลไม้ยังคงอยู่ในสภาพแวดล้อมควบคุมอุณหภูมิตลอดเวลา ขนส่งถึงที่หมายภายใน 1 วัน
นับเป็นประโยชน์สูงสุดของไทยที่มีความรวดเร็วมากกว่าการขนส่งทางถนน เมื่อผลไม้ไทยได้ขึ้นสู่ขบวนรถไฟแล้วสามารถเดินทางถึงเมืองปลายทางสำคัญในประเทศจีนได้ภายใน 1 วัน ซึ่งช่วยรักษาคุณภาพสินค้าให้คงความสมบูรณ์สูงสุดของรสชาติไว้ได้เป็นอย่างดี
พลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล พิธีการศุลกากรเหลือ 3 นาที
รัฐบาลกว่างซีได้ลงทุนมหาศาลในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์แบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการใช้ระบบท่าเรือดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างทางรถไฟ ศุลกากร และด่านชายแดนเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
ทำให้ขั้นตอนพิธีการที่เคยใช้เวลานาน ลดลงเหลือเพียง 3 ถึง 4 นาทีเท่านั้น ความรวดเร็วนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของจีนในการสร้างความคล่องตัวทางการค้าอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งรวมถึงการตั้ง ช่องทางด่วนผลไม้ หรือ Green Channel
และการใช้ระบบสแกนตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่เพื่อให้การตรวจสอบและกักกันโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องหยุดรถเป็นเวลานาน
ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดความแออัดของรถบรรทุกที่ด่านทางบกหลักโหย่วอี้กวาน และยังช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัยของสินค้าในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาอีกด้วย
ศูนย์โลจิสติกส์ด่านรถไฟผิงเสียงจึงเป็นทั้งยุทธศาสตร์การค้าและคำตอบด้านโลจิสติกส์ที่เปิดโอกาสทองให้ผู้ส่งออกไทยสามารถเข้าถึงตลาดจีนตอนในได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น