ทั้งนี้ JP Morgan ไม่คาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนกว่าจะถึงปี 2026 เมื่อโครงการใหม่ ๆ จะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ เช่น Singapore Oceanarium ที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลขนาดใหญ่ พื้นที่ค้าปลีก WEAVE ที่รีโนเวทใหม่เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม และโรงแรมหรู Laurus ที่ออกแบบเพื่อรองรับลูกค้า VIP และกลุ่ม mass premium
นอกจาก JP Morgan แล้ว ธนาคาร Maybank ก็ได้แสดงมุมมองเชิงบวกต่ออนาคตของ RWS โดยชี้ว่าการเปิดโรงแรม Laurus จะช่วยให้ Genting Singapore สามารถดึงดูดลูกค้าในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นส่วนแบ่งตลาดในกลุ่ม mass ที่ในไตรมาสล่าสุดร่วงลงเหลือเพียง 25% Maybank ยังแสดงความหวังว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหาร โดยมี Lee Shi Ruh อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) เข้ามารับตำแหน่งผู้นำ จะช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์ใหม่ ๆ และสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ RWS กลับมาใกล้เคียงกับ MBS อีกครั้ง
สถานการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความท้าทายในการดำเนินธุรกิจรีสอร์ตแบบครบวงจรในตลาดที่มีผู้เล่นน้อยแต่การแข่งขันสูง แม้จะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แต่การบริหารจัดการ ความเร็วในการปรับตัว และความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าลูกค้าคือปัจจัยชี้ชะตาในระยะยาว สำหรับสิงคโปร์ ซึ่งใช้คาสิโนเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวระดับโลก ช่องว่างระหว่าง MBS และ RWS ในตอนนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของตัวเลขทางการเงิน แต่ยังเป็นบททดสอบด้านวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของผู้บริหารที่จะต้องตอบคำถามให้ได้ว่า จะทำอย่างไรให้สองเสาหลักของอุตสาหกรรมนี้เติบโตไปพร้อมกัน เพื่อคงภาพลักษณ์ของสิงคโปร์ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกต่อไป