เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ดนุชา พิชยนันท์ ระบุ หนี้สินครัวเรือนไตรมาสที่ 4 ปี 2566 มีมูลค่า 16.4 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3% ชะลอลงจากไตรมาสก่อนที่ 3.4% ขณะที่สัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP อยู่ที่ 91.3% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 91% ในไตรมาสก่อนหน้า
ทั้งนี้ ต้องติดตามแนวโน้มหนี้เสีย หรือ NPL ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้นจาก -1.7% ในไตรมาสก่อนเป็น 7% ในไตรมาสนี้ เกือบ 3 ใน 4 หรือ 73.4% เป็นหนี้เสียของสินเชื่อบ้านที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหนี้ของครัวเรือนรายได้ระดับปานกลางหรือล่าง โดยอาจต้องเฝ้าระวังและเร่งปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้กลุ่มนี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดหนี้เสีย
เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของหนี้ส่วนนี้มาจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจรวมกับภาวะดอกเบี้ยที่สูงขึ้นซึ่งธนาคารต้องเข้าไปดูลูกหนี้ในส่วนนี้เป็นรายบุคคลเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ก่อนที่จะมีปัญหา ไม่ให้เกิดปัญหาลุกลามไปสู่ส่วนอื่น