ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สมชาย เลิศลาภวศิน ระบุ เตรียมเรียกสถาบันการเงินมาชี้แจงว่ามีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการให้บริการอย่างไร หลังประกาศเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท ในอัตรา 1% ของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตวีซ่า/มาสเตอร์การ์ด ในการชำระค่าสินค้าหรือบริการ ด้วยสกุลเงินบาทกับร้านค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศ รวมทั้งการกดเงินสดที่เลือกเป็นสกุลเงินบาทผ่านตู้ ATM ในต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้
โดยธปท.จะพิจารณาในหลักการว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าว มีการเรียกเก็บเท่าใด ผู้ที่ได้ประโยชน์คือใคร ก็ควรต้องรับต้นทุนในส่วนนี้ โดยพิจารณาเทียบเคียงที่มาที่ไปของต้นทุน หากมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจริง ผู้คิดค่าบริการต้องประกาศให้ทราบว่าเป็นการเสียค่าใช้จ่ายอะไร ประชาชนก็ต้องไปเลือกใช้อย่างอื่นไม่ใช่ลักษณะบังคับต้องจ่าย
"เหมือนมีถนนหลายเส้น ถ้าเส้นลัดต้องมีจ่ายค่าผ่านทาง แต่ถ้าเราไม่อยากไปเส้นลัด ก็ไปเส้นยาวหน่อย ก็เสียเงิน แต่ไม่ใช่ปิดเส้นฟรี แล้วบังคับให้ไปใช้เส้นเสียเงิน ก็ไม่ถูก ควรเปิดข้อมูลให้เห็นทั้ง 2 ฝั่งแล้วให้ประชาชนเลือกเอง"