ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ฉัตรชัย ศิริไล ระบุ สำหรับกลุ่มหนี้เสียขณะนี้มีอยู่ 6 แสนรายคิดเป็นมูลหนี้ 3.6 หมื่นล้านบาท ลูกหนี้กลุ่มนี้ได้ขาดการติดต่อจากธนาคารไปนานแล้ว ทำให้การเข้าร่วมมาตรการน้อยราย ซึ่งธ.ก.ส.จะใช้เชิงรุกโดยส่งข้อความสั้น หรือ SMS ไปยังมือถือ เพื่อแจ้งสิทธิให้ทราบ และให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไตรวจเยี่ยมลูกหนี้ เพื่อให้รู้ว่าโครงการนี้เป็นโอกาสที่จะได้ปรับโครงสร้างหนี้ พักหนี้ รวมถึงฟื้นฟูอาชีพได้ด้วย
ด้านเกษตรกร จ.เชียงใหม่ บอกว่า รายได้จากการทำการเกษตรไม่เพียงพอ ปัจจุบันมีหนี้กับ ธ.ก.ส. 280,000 บาท โครงการพักชำระหนี้ครั้งนี้ช่วยให้เกษตรกรที่เดือดร้อนสามารถตั้งหลักได้ หลังจากการพักหนี้เชื่อว่าจะสามารถปลดหนี้ได้
สำหรับระยะเวลาของมาตรการพักชำระหนี้ เกษตรกรสามารถแสดงความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่1 ต.ค. 2566 ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2567 ได้รับสิทธิ์พักชำระหนี้ต้นเงินและลดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค. 2566 ถึง 30 ก.ย. 2569 โดยมีการสอบทานศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้ทุกปี
นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังพร้อมสนับสนุนเงินทุนอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมในการฟื้นฟูการประกอบอาชีพ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อใช้ในการจัดหาปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีการผลิต ช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพในการผลิตอันนำไปสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน