เนชั่นทีวี

การเมือง

เปิดแฟ้มครม.นัดสุดท้าย ก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณ 66 เข็นนโยบายรัฐบาล

26 ก.ย. 2566 | tinakit_rat

เปิดแฟ้มครม.นัดสุดท้าย ก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณ 66 เข็นนโยบายรัฐบาล

เปิดแฟ้มครม.นัดสุดท้าย ก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณ 66 ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล พักหนี้เกษตรกร 3 ปี ส่วนดิจิทัลวอลเล็ตตั้งคณะกรรมการ เพื่อให้ใช้ได้ 1 ก.พ. พร้อมผ่อนผันเวลาให้แรงงานต่างด้าว จับตาแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหลายตำแหน่ง

26 กันยายน 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะเป็นนัดสุดท้ายก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณ 2566 ในวันที่ 30 กันยายน 2566 โดยการประชุมวันนี้ (26 ก.ย.) มีวาระสำคัญที่เสนอเข้ามายังที่ประชุมเพื่อพิจารณา เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาล ทั้งพักหนี้เกษตรกร เงินดิจิทัลวอลเล็ต และการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหลายกระทรวง

โดยกระทรวงการคลัง จะเสนอมาตรการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ตามนโยบายของรัฐบาล ภายหลังกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จนได้ข้อสรุปแล้ว

เบื้องต้นได้กำหนดรูปแบบ อาจจะไม่ได้เป็นพักหนี้ให้ทั้งระบบเหมือนในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่อาจจะเปิดให้เกษตรกรที่อยู่ในเกณฑ์เข้าข่ายได้รับการพักหนี้เข้ามาลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ เพื่อเป็นการแสดงตัวตนต่อไป

ขณะที่การพักหนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 1 ปี นั้น ที่ผ่านมา ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาแนวทางช่วยเหลือ จากรายงานพบว่า มีความซับซ้อน และไม่สามารถดำเนินการได้ทันที โดยกระทรวงการคลัง จะไปหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหาข้อสรุปอีกครั้ง ก่อนเสนอมายังครม.ต่อไป

ส่วนอีกนโยบาย คือ เติมเงินเข้ากระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet นั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ว่า จะเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ดิจิทัลวอลเล็ต โดยมีเป้าหมายผลักดันโครงการออกมาให้ได้ตามกำหนดภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567

ขณะที่กระทรวงแรงงาน คาดว่า จะเสนอแนวทางการการผ่อนผันการทำงานของแรงงานต่างด้าว 2 เรื่อง ดังนี้

     1.กลุ่มมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นายจ้างจะต้องยื่นคำขออนุญาตทำงานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมชำระค่าธรรมเนียม ภายในระยะเวลา 90 วัน นับจากวันที่ผ่อนผัน และให้ดำเนินการจัดทำหนังสือเดินทาง (Passport) หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง/CI หรือ TD และตรวจลงตรา (Visa) ให้แล้วเสร็จ ภายใน 13 กุมภาพันธ์ 2568 โดยให้ผู้ติดตามซึ่งเป็นบุตรของแรงงานข้ามชาติกลุ่มดังกล่าว ที่มีอายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ และได้แจ้งรายชื่อไว้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2566 มีสิทธิ์อยู่ในราชอาณาจักรตามสิทธิ์ของบิดาหรือมารดา

     2.แรงงาน MOU ที่วาระการจ้างงานครบ 4 ปี ให้นายจ้างยื่นบัญชีรายชื่อคนต่างด้าว พร้อมรูปถ่าย เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นนำแรงงานเข้ามาทำงานตาม MOU โดยให้เริ่มดำเนินการตามวัน เวลา ที่กรมการจัดหางานกำหนด

ทั้งนี้ในระหว่างการผ่อนผันให้นายจ้างขออนุญาตนำแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันเข้ามาทำงานตาม MOU และให้แรงงานเดินทางกลับประเทศต้นทางและเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยในโอกาสแรกโดยไม่ต้องมีระยะเวลาพัก 30 วัน

นอกจากนี้มีรายงานว่า จะมีหลายหน่วยงานเสนอขอใช้งบกลาง ปี 2566 ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานต่าง ๆ ได้เสนอรายละเอียดมายังสำนักงบประมาณแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการใช้ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล

สุดท้ายเป็นวาระการแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการระดับสูง เพื่อทดแทนผู้เกษียณอายุราชการ

สำหรับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ที่ครบอายุเกษียณราชการ ประจำปี 2566 ประกอบด้วย

  • นายธนากร บัวรัษฏ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
  • พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
  • นายสิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน
  • นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน
  • นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • นายปวัตร์ นวะมะรัตน เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  • พล.ร.อ. สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
  • นายขจิต ชัชวานิตย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการนั้น เบื้องต้น กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอผู้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมท่าอากาศยานคนใหม่ แทน นายปริญญา แสงสุวรรณ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ รวมทั้งมีรายงานว่าจะมีการเสนอต่อวาระการดำรงตำแหน่ง 2 อธิบดี ประกอบด้วย อธิบดีกรมทางหลวง และ อธิบดีกรมการขนส่งทางบ

ข่าวล่าสุด