เนชั่นทีวี

Business thai

กรมปศุสัตว์ มุ่งพัฒนา"กระบือปลักไทย" หวังยกระดับรายได้เกษตรกร

16 ก.ย. 2566

กรมปศุสัตว์ มุ่งพัฒนา"กระบือปลักไทย" หวังยกระดับรายได้เกษตรกร

จากปัญหากรมปศุสัตว์มีกำลังการผลิตกระบือปลักไทย หรือ ควายปลักไทยไม่เพียงพอ ที่จะสนับสนุนเกษตรกรทั่วประเทศ เครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีกรมปศุสัตว์จึงเป็นการขยายฐานการผลิตไปสู่เกษตรกรที่มีศักยภาพและผ่านการประเมินเข้าร่วมเป็นเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีของกรมปศุสัตว์

16 กันยายน 2566 นายกุลภัทร์ โพธิกนิษฐ หัวหน้ากลุ่มวิจัยและพัฒนากระบือ สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ลักษณะที่เป็นอัตลักษณ์ประจำพันธุ์ของกระบือปลักไทย มีลักษณะตัวค่อนข้างสีเทาดำหากสังเกตบริเวณใบหน้า พบว่ามีเคราสีขาวที่ใต้คาง และมีเขาโค้งเหมือนวงพระจันทร์ หรือเขาอุ้มบาตรเป็นลักษณะเด่นของกระบือปลักไทย 

ทั้งนี้ บริเวณหัวตาและแก้มของกระบือจะเป็นจุดสีขาว ตามที่มีคำคล้องจองที่เรียกว่า "ตาแต้ม แก้มจ้ำ" ทั้งสองข้าง โดยยังมีอ้องคอขาว หรือบั้งคอบริเวณใต้ลำคอและบริเวณหน้าอก ซึ่งกระบือปลักไทยบางตัวมีถึง 3 อ้อง แต่อย่างน้อย ต้องมี 1 อ้อง ถึงจะเป็นกระบือปลักไทยแท้ และจะเห็นได้ว่าตั้งแต่ข้อเท้าลงไปจนถึงกีบขาทั้ง 4 ข้าง มีลักษณะขนสีขาว แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทยของกรมปศุสัตว์จะมีการดูแลฝูงกระบือ โดยเฉพาะแม่พันธุ์และลูกกระบือเป็นอย่างดี เมื่อลูกกระบือมีอายุ ประมาณ 8 เดือน จะทำการหย่านมลูกกระบือ หลังจากนั้นจะถูกกระจายพันธุกรรมออกไปให้กับเกษตรกร ซึ่งเป็นเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีของกรมปศุสัตว์ และเกษตรกรทั่วไป

กรมปศุสัตว์ มุ่งพัฒนา"กระบือปลักไทย" หวังยกระดับรายได้เกษตรกร

นางสาวเยาวลักษณ์ เลไพจิตร หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบการผลิตและการรับรองพันธุ์สัตว์ กล่าวต่ออีกว่าการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีกรมปศุสัตว์นั้น เกษตรกรสามารถยื่นความจำนงได้ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ที่อยู่ใกล้เคียงฟาร์มของตนเอง หรือ ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจประเมิน ส่วนการจัดการฟาร์มจะใช้โปรแกรม E-breeding 

สำหรับการจัดเก็บข้อมูลภายในฟาร์ม ช่วยวิเคราะห์ค่าพันธุกรรม หรือค่า EBV เกษตรกรสามารถนำค่านี้ไปคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่อยู่ภายในฟาร์มได้อย่างมีคุณภาพ ส่วนการดำเนินกิจกรรมเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีกรมปศุสัตว์เป็นการบูรณาการระหว่างสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ที่อยู่ในพื้นที่ เช่น จ.อุทัยธานี โดยนายสมพล ไวปัญญา ปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี และนายพินิจ ร้อยศรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์อุทัยธานี ส่วนในจ.กาญจนบุรี โดยนายสัตวแพทย์สามารถ ประสิทธิ์ผลปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น

กรมปศุสัตว์ มุ่งพัฒนา"กระบือปลักไทย" หวังยกระดับรายได้เกษตรกร

ด้านนายเอกวีร์ ทวีผล เจ้าของฟาร์มบ้านสวนอุทัยธานี ต.เขากวางทอง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เกษตรกรฟาร์มเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีกรมปศุสัตว์ ประเภทปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ฟาร์มบ้านสวนอุทัยธานีเป็นฟาร์มกระบือต้นน้ำ มีนโยบายในการพัฒนาพันธุกรรมกระบือเพื่อการส่งต่อกระบือคุณภาพดีสู่พี่น้องเกษตรกร โดยมีการเลี้ยงกระบือด้วยวิธีแบบอิงธรรมชาติ ในลักษณะการเลี้ยงด้วยหญ้าและฟางเป็นหลัก ดังนั้น กระบือที่มีพันธุกรรมที่ดี ต้องมีประวัติพันธุกรรมที่ดี มีอัตราการเจริญเติบโตสูง มีอัตราการแลกเนื้อที่ดี จึงทำให้ฟาร์มบ้านสวนต้องเลือก พ่อพันธุ์ที่ตอบโจทย์ในการพัฒนาพันธุกรรมสามารถยกระดับคุณภาพในรุ่นลูกได้ และส่งต่อพันธุกรรมดีๆ สู่พี่น้องเกษตรกรเพื่อเป็นการการอนุรักษ์และพัฒนากระบือปลักไทย

กรมปศุสัตว์ มุ่งพัฒนา"กระบือปลักไทย" หวังยกระดับรายได้เกษตรกร

ส่วนนายไตรมิตร หงส์ทอง ประธานกลุ่มอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี เกษตรกรฟาร์มเครือข่ายสัตว์พันธุ์ดีกรมปศุสัตว์ ประเภทปรับปรุงพันธุ์และขยายพันธุ์ ให้ข้อมูลว่ามีการจัดเก็บและบันทึกข้อมูลในโปรแกรม E-breeding ซึ่งกรมปศุสัตว์สามารถออกใบรับรองพันธุ์ประวัติของลูกกระบือที่เกิดภายในฟาร์มได้ทุกตัว สามารถนำกระบือไปจำหน่าย โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถรับรองพันธุ์ประวัติได้ว่ามีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นตัวไหน มีพันธุกรรมดีหรือไม่ ส่งผลให้เกษตรกรที่มารับซื้อมีความมั่นใจในสายพันธุ์ที่ซื้อไป

สำหรับเกษตรกรที่มีความสนใจเลี้ยงกระบือปลักไทย สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ ศูนย์ราชการกรมปศุสัตว์จังหวัดปทุมธานี ต.บางกะดี อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี โทร 0-2501-1316 

กรมปศุสัตว์ มุ่งพัฒนา"กระบือปลักไทย" หวังยกระดับรายได้เกษตรกร