เนชั่นทีวี

Business thai

"กรุงไทย" คาดเงินบาทผลิกแข็งค่าได้ 1% ลุ้นทุนต่างชาติไหลเข้า หลังตั้งรัฐบาลชัด

23 ส.ค. 2566 | wanida_phe

"กรุงไทย" คาดเงินบาทผลิกแข็งค่าได้ 1% ลุ้นทุนต่างชาติไหลเข้า หลังตั้งรัฐบาลชัด

นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธ.กรุงไทย ประเมินสถานการณ์ค่าเงินบาท อาจเริ่มกลับมาแข็งค่าอีกครั้งราว 1% หลังโหวตนายกฯเสร็จ ดึงเงินทุนต่างชาติไหลเข้าไทยเพิ่ม ประเมินอยู่ในกรอบ 34.80-35.30 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาท ในขณะนี้ว่า โมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทเริ่มกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังการโหวตเลือกนายกฯ เสร็จสิ้นลง ซึ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติจะเริ่มกลับเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทยได้มากน้อยเพียงใด โดยจากสถิติในอดีตที่ผ่านมา พบว่า ในช่วงหลังการโหวตเลือกนายกฯ และการจัดตั้งรัฐบาล หากนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยสุทธิราว 3-4 หมื่นล้านบาท ก็มีโอกาสหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้ราว 1%

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย

นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ไทยในช่วงที่ผ่านมา ตามทิศทางของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ก็อาจหนุนโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะทยอยเข้าซื้อบอนด์ไทยมากขึ้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะบอนด์ระยะยาว และหากเงินบาทเริ่มมีทิศทางแข็งค่าขึ้นชัดเจน เราคาดว่า ฟันด์โฟลว์บอนด์ระยะสั้นก็จะกลับมาเป็นฝั่งซื้อสุทธิ เพื่อสะท้อนการเพิ่มสถานะ Long THB ของผู้เล่นต่างชาติได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอด้วยโฟลว์ซื้อเงินดอลลาร์และสกุลเงินต่างประเทศของผู้เล่นบางส่วนอาทิ ฝั่งผู้นำเข้า โดยเฉพาะในจังหวะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นพอสมควรเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น อย่าง ค่าเงินเยนญี่ปุ่นนอกจากนี้ ทิศทางเงินดอลลาร์ยังมีโอกาสแข็งค่าต่อหรือทรงตัว sideway ได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงออกมาดูดี และบรรดาเจ้าหน้าที่ต่างก็ส่งสัญญาณสนับสนุนการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

ซึ่งต้องรอติดตาม ถ้อยแถลงของประธานเฟด ในงานสัมมนาวิชาการ Jackson Hole วันศุกร์นี้ อย่างใกล้ชิด อนึ่ง หลังจากที่เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ ทำให้เราประเมินโซนแนวต้านใหม่แถว 35.20-35.30 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับเงินบาทในระยะนี้ แถวโซน 34.80 บาทต่อดอลลาร์

 

 

 

สำหรับวันนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคการบริการ (Manufacturing & Services PMIs) ของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก อาทิ สหรัฐฯ ยูโรโซน อังกฤษ และญี่ปุ่น ซึ่งในส่วนของฝั่งสหรัฐฯ หากรายงานข้อมูลดัชนี PMI ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด และสะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงขยายตัวได้ดี ก็อาจยิ่งหนุนให้ผู้เล่นในตลาดต่างเชื่อว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยต่อ และมีโอกาสที่เฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นาน

"กรุงไทย" คาดเงินบาทผลิกแข็งค่าได้ 1% ลุ้นทุนต่างชาติไหลเข้า หลังตั้งรัฐบาลชัด

ข่าวล่าสุด