ทั้งนี้ ตามคู่มือการขึ้นทะเบียนเพื่อปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2565 ได้กำหนดอัตราแปลงไม้ผลยืนต้นต่อเนื้อที่เพาะปลูก 1 ไร่ ของการปลูกยางพาราไว้ที่ 80 ต้นต่อไร่ ซึ่งเป็นการปัดตัวเลขให้เป็นจำนวนเต็มสิบเพื่อให้ง่ายต่อการรับรู้ของเกษตรกร และเป็นจำนวนเฉลี่ยของการปลูกยางพาราแต่ละสายพันธุ์ รวมทั้งมีข้อสังเกตว่า อัตราขั้นตํ่าของการประกอบการเกษตรต่อไร่ของพืชชนิดอื่นในบัญชีแนบท้าย ก ของประกาศฯ อ้างอิงมาจากอัตราแปลงไม้ผลไม้ยืนต้นต่อเนื้อที่เพาะปลูก 1 ไร่ ตามคู่มือการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2565 โดยไม่ได้มีการพิจารณาหักอัตราการตายของพืชชนิดนั้นออก
ดังนั้น หากมีการกำหนดอัตราขั้นตํ่าของการประกอบการเกษตรต่อไร่ของการปลูกพืชยางพารา โดยหักด้วยอัตราการตายของต้นยางพารา อาจเกิดความลักลั่นกับพืชชนิดอื่น ซึ่งจากผลการประชุมหารือในเรื่องดังกล่าว จึงได้ข้อสรุปว่า ให้คงอัตราขั้นตํ่าของการประกอบการเกษตรต่อไร่ของการปลูกยางพารา จำนวน 80 ต้นต่อไร่ ดังปรากฏตามประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย
นายอุทัย กล่าวต่อว่า ตอนนี้เกษตรกรยางพาราทั้งประเทศพื้นที่กว่า 21 ล้านไร่ ยังไม่รู้เรื่องเลย ส่วนเจ้าของที่ดินก็ต้องหักกับผู้เช่าที่เป็นเกษตรกร ซึ่งจะเริ่มเก็บภาษีสิ้นปีนี้แล้ว เกษตรกรไม่เคยเสียภาษี ครั้งนี้แหละจะโดนแล้ว และในอัตราที่สูงด้วย เพราะไม่จัดว่า เป็นพื้นที่เกษตรกรรม แล้วหากโดน เชื่อว่าจะทำให้เกิดม็อบชุมนุมยืดเยื้อแน่นอนหลังจากที่โดนเก็บภาษีแล้ว เหมือนมาซํ้าเติมกันในช่วงราคายางตกตํ่า
โดยหลังจากนี้จะเดินหน้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้พิจารณาตัดสินว่า ระเบียบของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง ขัดต่อ พ.ร.บ.การยางฯ หรือไม่ และจะขอให้ชะลอเรื่องเอาไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำตัดสินออกมา
อนึ่ง กระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศเรื่องหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ที่ดินในการประกอบเกษตรกรรม ซึ่งในบัญชีแนบท้ายประกาศ กำหนดชนิดพืช "ยางพารา" มีอัตราขั้นตํ่าของการประกอบการเกษตรต่อไร่ไว้ 80 ต้นต่อไร่ จะเสียภาษีในอัตราไม่เกิน 0.15% ของฐานภาษี (อัตราตํ่าสุด)