เนชั่นทีวี

Business thai

"กุ้งไทย" โดนเก็บภาษีเอดี จากหสรัฐฯต่อเนื่องอีก 5 ปี ในอัตรา 0.57-5.34%

03 ก.ค. 2566

"กุ้งไทย" โดนเก็บภาษีเอดี จากหสรัฐฯต่อเนื่องอีก 5 ปี ในอัตรา 0.57-5.34%

สหรัฐฯ ประกาศผลทบทวน การเก็บภาษีเอดี กุ้งแช่แข็งจากไทย รวมอินเดีย จีน เวียดนาม เผยจัดเก็บต่ออีก 5 ปี หลังจากเก็บมาตั้งแต่ปี 2548 ชี้หากยกเลิกจะ สร้างความเสียหาย ให้แก่อุตสาหกรรมกุ้งในสหรัฐฯ

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USITC) ได้ประกาศผลการลงคะแนนเสียงพิจารณาทบทวนการเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) กุ้งน้ำอุ่นแช่เยือกแข็ง ที่นำเข้าจากอินเดีย จีน ไทย และเวียดนาม หรือ Sunset Review รอบที่ 3 หลังจากใช้มาตรการมาแล้วครบ 3 รอบ ๆ ละ 5 ปี หรือใช้มาตรการมาตั้งแต่ปี 2548 โดยมีมติไม่ยกเลิกเก็บอากรเอดี เพราะการยกเลิก จะสร้างความเสียหายของผู้เลี้ยงกุ้ง และอุตสาหกรรมกุ้งในสหรัฐฯ ให้เกิดขึ้นได้ 

ดังนั้น สินค้าจาก 4 ประเทศ ยังต้องเสียอากรเอดีในการนำเข้าสหรัฐฯ ต่อไปอีก 5 ปี จนกว่าจะพิจารณาทบทวนรอบที่ 4 ในเดือน มิ.ย. 71 ซึ่งในส่วนของไทยล่าสุดเสียอากรเอดีที่ 0.57-5.34% จากอัตราที่จัดเก็บครั้งแรกที่ 5.29-6.82%

"กุ้งไทย" โดนเก็บภาษีเอดี จากหสรัฐฯต่อเนื่องอีก 5 ปี ในอัตรา 0.57-5.34%

ทั้งนี้การเก็บภาษีเอดีกุ้งจาก 4 ประเทศ สหรัฐฯ ได้พิจารณาทบทวนอัตราภาษี ที่จัดเก็บเป็นประจำทุกปี ล่าสุดเป็นการทบทวนรอบที่ 18 โดยเปิดให้บริษัทที่ถูกเรียกเก็บอากรเอดี ยื่นคำขอเพื่อเปิดการทบทวนมาตั้งแต่เดือน ก.พ.2566 และจะประกาศผลการทบทวนชั้นที่สุดเดือน ก.พ.2567

สำหรับการทบทวนรอบที่ 3 อุตสาหกรรมกุ้งในสหรัฐฯ และ นักการเมือง 5 รายจากรัฐเลี้ยงกุ้ง ได้แก่ หลุยส์เซียนา มิสสิสซิปปี และเท็กซัส ได้ยื่นคำร้องต่อ USITC เพื่อให้ขยายเวลาการเก็บภาษีอากรต่อไป โดยให้เหตุผลว่า อุตสาหกรรมผลิตกุ้งสหรัฐฯ ไม่เข้มแข็งพอที่จะแข่งขันกับกุ้งนำเข้าจาก 4 ประเทศ ที่ยังวางขายในราคาต่ำกว่ากุ้งที่ผลิตได้ในสหรัฐฯ หาก USITC ยกเลิกการเก็บภาษี จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เพราะกุ้งนำเข้าจะบีบให้กุ้งที่ผลิตในสหรัฐฯ ต้องลดราคาลงจนถึงระดับที่ไม่สามารถอยู่รอดได้ และอุตสาหกรรมผลิตกุ้งสหรัฐฯ อาจล้มละลาย

"กุ้งไทย" โดนเก็บภาษีเอดี จากหสรัฐฯต่อเนื่องอีก 5 ปี ในอัตรา 0.57-5.34%

นอกจากนี้ USITC ยังอยู่ระหว่างการเปิดไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าชั้นวางของเหล็กอเนกประสงค์จาก 5 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย มาเลเซีย ไต้หวัน เวียดนาม และไทย โดยผลการไต่สวนเบื้องต้น พบว่า สินค้าจากมาเลเซีย ไต้หวัน เวียดนาม และไทย ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในของสหรัฐฯ และสินค้าจากอินเดียเป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมของสหรัฐฯ เพราะมีการขายในสหรัฐฯในราคาต่ำ

ทั้งนี้ ตามกฎหมายสหรัฐฯ จะต้องไต่สวนให้แล้วเสร็จภายในเดือนพ.ค. 67 และขยายระยะเวลาได้อีก 6 เดือน หากการไต่สวนชั้นสุดท้าย พบว่า สินค้าจากไทย ทำให้ผู้ผลิตสหรัฐฯเสียหายจริง ก็จะประกาศเรียกเก็บอากรเอดีต่อไป
 

"กุ้งไทย" โดนเก็บภาษีเอดี จากหสรัฐฯต่อเนื่องอีก 5 ปี ในอัตรา 0.57-5.34%