ส่วนประเด็นการขึ้นค่าแรง 450 บาทต่อวัน ภายใน 100 วัน ภายหลังจัดตั้งรัฐบาลที่มีการหาเสียงไว้ จากการหารือกับหอการค้าไทย การขึ้นค่าแรงน่าจะมีกรอบระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับระยะเวลาเดิม หรือขยับออกไป ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องหารือค่าแรงที่เหมาะสมก่อน
รวมทั้งกรณีหากขึ้นค่าแรงจะกระทบต่อราคาสินค้าปรับขึ้นนั้น จากการศึกษาไม่จำเป็นเสมอไปที่ราคาสินค้าจะขึ้นจากปรับค่าแรง ทั้งนี้การปรับขึ้นค่าแรงเปรียบเสมือนเหรียญ 2 ด้าน โดยด้านหนึ่งจะทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดี รายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีการขึ้นค่าแรงไปก่อนหน้านี้ 350 บาทต่อวัน เป็นการขึ้นค่าแรงเพียง 5% ขณะที่เงินเฟ้อขึ้น 8%
สำหรับการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ขึ้นอยู่กับการรับรอง ส.ส.ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 90% จะเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการเลือกประธานสภาฯ นายกรัฐมนตรี จากนั้นก็ประชุม ครม.ซึ่งพรรคก้าวไกลต้องการให้เกิดสุญญากาศสั้นที่สุด และเดินหน้าให้เร็วที่สุด เพื่อจัดการเกี่ยวกับงบประมาณและกระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ พรรคก้าวไกลมีแผนหารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยในวันที่ 5 มิ.ย.2566 จะนำทีมไปพบนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมทั้งมีแผนหารือแลกเปลี่ยนกับภาคเอกชน เช่น สมาคมธนาคารไทย สภาตลาดทุนไทย สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต รวมถึงการหารือกับหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ เช่นสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)