เนชั่นทีวี

Business thai

"เจ้าสัวสหพัฒน์" หวั่นขึ้นค่าแรงนักลงทุนแห่ย้ายฐานผลิต

01 มิ.ย. 2566 | sukanya_san

"เจ้าสัวสหพัฒน์" หวั่นขึ้นค่าแรงนักลงทุนแห่ย้ายฐานผลิต

บิ๊กเครือสหพัฒน์เผยขึ้นค่าแรงกระทบการลงทุน หวั่นย้ายฐานซบเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนาม แนะพัฒนาเศรษฐกิจผ่านการศึกษา ชี้เป้า 3 อุตสาหกรรมมาแรง เตรียมลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ในอุตสาหกรรมใหม่

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ และผู้บริหารเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า นโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลใหม่จะกระทบต่อการลงทุน เพราะถ้าค่าแรงสูงอาจทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นที่สนใจจะมาลงทุนกับไทยย้ายฐานไปลงทุนที่เวียดนาม เห็นได้จากอุตสาหกรรมเสื้อผ้า แม้ไม่ได้ขึ้นค่าแรงก็มีการย้ายฐานการผลิตไปที่เวียดนามแล้ว เพราะต้นทุนถูกกว่าไทย  รวมทั้งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจในประเทศโ ดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว

ทั้งนี้เห็นว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ควรใช้การขึ้นค่าแรง เพราะจะส่งผลกระทบในวงกว้าง ควรกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการศึกษาที่จะช่วยให้ทำให้คนมีงานทำ พร้อมกับพัฒนาด้านการเกษตรให้สินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้น ทั้งนี้คาดว่าอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ ท่องเที่ยวและการสื่อสารจะเป็น 3 กลุ่มที่มาแรงในยุคหลังการระบาดของโรคโควิด-19

“ไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาบริหารประเทศเราก็ต้องปรับตัวเอง เพราะในการทำธุรกิจไม่มีปีไหนง่ายเลย  แต่ต้องปรับตัวให้ทันทันเหตุการณ์ก็อาจจะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส แต่ถ้าเราปรับตัวช้าก็อาจจะเกิดการสูญเสีย ซึ่งเราสามารถปรับตัวได้ทุกรัฐบาล ส่วนเงินเฟ้อเกิดขึ้นทั่วโลก แต่เราจะทำอย่างไรให้ขึ้นราคาได้ต่ำที่สุดและสามารถส่งต่อสินค้าเราให้กับผู้บริโภคได้”

สำหรับประเด็นรัฐบาลมทาจากคนรุ่นใหม่ว่า ไม่น่ากังวล โดยคนรุ่นใหม่จะมีไอเดียใหม่ ๆ และทำสิ่งต่าง ๆ เร็วขึ้น ส่วนคนมีอายุมีความรอบคอบแต่ทำงานช้า ดังนั้นถ้ารัฐบาลรุ่นใหม่เข้ามาความเร็วในการตัดสินใจจะเป็นจุดเด่นของคนรุ่นใหม่  ซึ่งต่างประเทศตอนนี้มีนายกรัฐมนตรีเป็นคนรุ่นใหม่เยอะ บางประเทศเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งหมดหรือแม้แต่ผู้หญิงขึ้นมาเป็นนายกได้นี่คือการเปลี่ยน แปลงของทั่วโลก ดังนั้นอายุไม่เกี่ยว แต่ต้องทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปก่อน เมื่อเศรษฐกิจไปได้ทุก ๆ อย่างก็จะตามมา และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าทำประเทศไทยเหมือนยูเครน เพราะจะเสียหายมหาศาล

“ การเมืองและการพัฒนาประเทศจะต้องนำหลาย ๆ กลุ่ม หลาย ๆ กรุ๊ปมารวมกันทำให้เศรษฐกิจเมืองไทยไปได้ต่อ  ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลที่อาจล่าช้านั้น น่ากังวลต่อธุรกิจของบริษัทน้อยกว่าการระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ เปรียบเสมือนขับรถหรูรถมัสแตงค์ แต่ยังต้องให้ความสำคัญและระวังภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ”

ส่วนค่าเงินบาทตอนนี้ยังดีอยู่ แต่ในอนาคตยังไม่รู้ ถ้ารัฐบาลใหม่ทำถูกค่าเงินก็จะมีเสถียรภาพ ดังนั้นปัจจัยเสี่ยงของปีนี้คือความไม่มั่นคงของประเทศ และยังต้องดูเรื่องเงินเฟ้อของต่างประเทศด้วยว่าจะปับตัวสูงขึ้นหรือไม่ ถ้าขึ้นถ้าและเราต้องใช้วัตถุดิบของประเทศนั้นเราก็อาจจะต้องขึ้นราคา นอกจากเมืองไทยสามารถผลิตเองเราก็จะสามารถคงราคาเดิมได้
 

สำหรับแผนการลงทุนในปีนี้และอนาคตนั้น  ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร เพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อนด้วยเม็ดเงินที่สูงเป็นประวัติการณ์ รวมถึงยังมีโครงการลงทุนอื่น ๆ อีกหลายโครงการ  ซึ่งการทุ่มเม็ดเงินลงทุนนี้เนื่องจากสภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกทำให้การเก็บเงินสดไว้ไม่เกิดประโยชน์ พร้อมปรับตัว โดยขณะนี้เน้นในเรื่องสิ่งแวดล้อม และการเพิ่มศักยภาพการผลิต ขนส่ง ฯลฯ ให้สามารถทำให้ราคาสินค้าถูกลงสวนทางกับเงินเฟ้อ และการขึ้นค่าแรง

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงานสหกรุ๊ปแฟร์ กล่าวว่า  การจัด งานสหกรุ๊ปแฟร์ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-2 ก.ค. ที่ไบเทค บางนา ได้ปรับพื้นที่เพิ่มขึ้นมา 1,000 กว่าบูธจากบริษัทในเครือที่จะมาออกบูธนับร้อยบริษัท บนพื้นที่กว่า 20,900 ตารางเมตร โดยการจัดงาน ทั้งออนไลน์และออนไซต์ควบคู่กัน เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มประชาชนและลูกค้าทั่วไปที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้า รวมทั้งกลุ่มพันธมิตรและกลุ่มลูกค้าธุรกิจ B2B เข้ามาร่วมงานด้วย

นอกจากนี้มีความพิเศษคือ อินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยและต่างชาติ เช่น จีน มาเลเซีย เวียดนาม มาไลฟ์จำหน่ายสินค้า ผู้ชมสามารถสั่งซื้อได้ทันที ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันในปีนี้ยังเป็นปีทองของธุรกิจสัตว์เลี้ยง เพราะพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่รักสัตว์เหมือนสมาชิกในครอบครัว จึงเป็นครั้งแรกที่จัดเป็น Pet-Friendly สามารถพาสัตว์เลี้ยงมาร่วมงานได้ โดยนำสัตว์เลี้ยงไว้ในรถเข็นได้

ข่าวล่าสุด