ยื่นภาษีวันสุดท้าย! รัฐคืนแล้วกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท
10 เม.ย. 2566 | kwanprasert_sri

อธิบดีกรมสรรพากร ลวรณ แสงสนิท เผยได้ส่งหนังสือเตือนผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา 3.5 หมื่นรายเข้ายื่นแบบแสดงรายการชำระภาษีหลัง AI ตรวจพบเป็นผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์
Business thai
10 เม.ย. 2566 | kwanprasert_sri

อธิบดีกรมสรรพากร ลวรณ แสงสนิท เผยได้ส่งหนังสือเตือนผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา 3.5 หมื่นรายเข้ายื่นแบบแสดงรายการชำระภาษีหลัง AI ตรวจพบเป็นผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์
อธิบดีกรมสรรพากร ลวรณ แสงสนิท ระบุ กรมฯได้ส่งหนังสือเตือนไปยังผู้ที่มีรายได้ที่ถึงเกณฑ์ในการยื่นแบบรายได้ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำนวนประมาณ 3.5 หมื่นคน เพื่อให้เข้ามายื่นแบบแสดงรายการภาษีต่อกรมฯ หากไม่มายื่นแบบภายในเวลาที่กำหนดจะถูกประเมินภาระภาษีที่มีค่าเบี้ยปรับและเงินเพิ่มด้วย
จำนวนรายที่กรมฯได้ส่งหนังสือเตือนไปดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มียอดการส่งหนังสือเตือนไปจำนวนประมาณ 1 หมื่นรายเท่านั้น สะท้อนว่าระบบการตรวจสอบและฐานข้อมูลของกรมฯที่ใช้ระบบ AI เข้ามาร่วมตรวจสอบมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสะท้อนว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
“บุคคลที่เราส่งหนังสือเตือนให้มายื่นแบบชำระภาษีนั้น เป็นบุคคลที่ระบบ AI ได้ทำการตรวจพบว่าเป็นผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์แต่ยังไม่มายื่นแบบชำระภาษี ดังนั้นเราจึงส่งหนังสือเตือนไปซึ่งบุคคลที่ได้รับจดหมายเตือนจากกรมฯนั้น ไม่ต้องกลัวหรือกังวลเกี่ยวกับภาระภาษีย้อนหลังเพราะกรมฯจะพิจารณาเฉพาะปีภาษีนี้เท่านั้น”
สำหรับยอดการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขณะนี้กรมฯสามารถคืนได้แล้วราว 95% จากยอดที่ขอคืนภาษีทั้งหมด
สำหรับยอดการยื่นแบบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 2565 จากข้อมูล ณ วันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้เข้ามายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำนวน 10.1 ล้านคนเพิ่มขึ้น 43.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีภาษี 2564 ในจำนวนนี้มีจำนวนผู้ที่ขอคืนภาษี 3.65 ล้านคนเพิ่มขึ้น 14.29% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
โดยกรมฯได้ทำการคืนภาษีแล้วราว 77% ของจำนวนที่ยื่นขอคืนทั้งหมดหรือจำนวน 2.8 ล้านคนเพิ่มขึ้น 12.15% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาส่วนภาษีที่ขอคืนคิดเป็นเงิน 2.6 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 14.90% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ส่วนยอดการจัดเก็บรายได้ 5 เดือนแรกของปีงบ 2566 ด้วยว่ามีรายได้ที่จัดเก็บเกินเป้าหมายแล้วกว่า 7 หมื่นล้านบาทถือว่าสามารถจัดเก็บได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเนื่องจากปีนี้กรมฯไม่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและรวมถึงค่าเงินบาทก็อยู่ในระดับที่แข็งค่ากว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน
“ในปีงบประมาณก่อนราคาน้ำมันแพงทำให้ยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าสินค้าน้ำมันเพิ่มขึ้นและเมื่อบวกกับค่าเงินบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อนก็อ่อนค่าทำให้นำเข้าราคาน้ำมันแพงขึ้นส่งผลเก็บภาษีนำเข้าน้ำมันได้เพิ่มขึ้นแต่ปีนี้ราคาน้ำมันปรับลดลงและค่าเงินบาทก็แข็งค่าขึ้นทำให้กรมฯไม่ได้รับอานิสงส์จากกรณีดังกล่าว”
ภาษีที่จัดเก็บได้เพิ่มขึ้นเป็นผลจากการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวทำให้ภาพรวมธุรกิจและเศรษฐกิจดีขึ้น