ส่วนนโยบายการแก้ปัญหาปากท้อง หรือสินค้าอุปโภคบริโภค หรือราคาพลังงาน ของแต่ละประเทศนั้น IMF เห็นว่า รัฐบาลแต่ละประเทศ รัฐบาลแต่ละประเทศ ควรใช้มาตรการช่วยเหลือด้านรายได้แบบชั่วคราว และให้ตรงกลุ่มเป้าหมายชั่วคราวและมุ่งเน้นประชาชนกลุ่มเปราะบาง แทนการอุดหนุนแบบวงกว้าง ซึ่งอาจกระทบกลไกราคา และเพิ่มภาระการคลังได้ เช่น การช่วยเหลือค่าเดินทางหรือค่าขนส่งสาธารณะ แทนการอุดหนุนราคาพลังงานแบบครอบคลุมทุกกลุ่ม
IMF ยังได้คาดการณ์เศรษฐกิจไทย ในปีนี้ จะโต 2.1% เท่ากับอันตราเงินเฟ้อ และในปี 2570 จะโต 2.2% และอัตราเงินเฟ้อ 1.7%
กรรมการจัดการกองทุน IMF ได้มีข้อเสนอสำหรับประเทศไทย ให้ยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และวางรากฐานมหภาคให้แข็งแกร่ง เพื่อทนต่อแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ พร้อมยังเห็นว่า สำหรับประเทศไทย และอาเซียน ควรจะต้องร่วมมือกันให้มากขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์ศักยภาพเศรษฐกิจจากภูมิภาค ซึ่งยังมีหลายสิ่งที่ประเทศไทยสามารถทำได้ เพียงแค่ใช้ประโยชน์จากประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น
ส่วนแนวทางในความจำเป็นต้องปกป้องกลุ่มเปราะบาง และการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงในไทยนั้น IMF ได้มีคำแนะนำเชิงนโยบายแก่ทางการไทย ทั้งการเร่งสร้างพื้นที่ทางการคลังใหม่ และ ต้องเริ่มสร้างกันชนทางการคลังขึ้นใหม่ เพื่อรับมือวิกฤตในอนาคต แต่มาตรการรัดเข็มขัด หรือลดการขาดดุล ก็ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน
ส่วนมาตรการช่วงเหลือ ควรใช้นโยบายช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า ส่งความช่วยเหลือไปยังครัวเรือนที่มีหนี้สูงและเปราะบางให้แม่นยำ ซึ่งจะช่วยควบคุมงบประมาณ และรักษาวินัยทางการคลังควบคู่กัน โดยยึดหลัก "ปกป้องประชาชน ไม่ใช่ปกป้องราคา"