สงกรานต์คึกคัก! หอการค้าไทย คาดเงินสะพัดกว่า 125,000 ล้านบาท
04 เม.ย. 2566 | wanida_phe

หอการค้าไทย เผยผลสำรวจสงกรานต์ปีนี้คึกคัก คาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 125,000 ล้านบาท ชี้ปัญหาโควิด-19 และฝุ่น PM 2.5 ไม่กระทบการตัดสินใจเที่ยวช่วงสงกรานต์
Business thai
04 เม.ย. 2566 | wanida_phe

หอการค้าไทย เผยผลสำรวจสงกรานต์ปีนี้คึกคัก คาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 125,000 ล้านบาท ชี้ปัญหาโควิด-19 และฝุ่น PM 2.5 ไม่กระทบการตัดสินใจเที่ยวช่วงสงกรานต์
ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจ “พฤติกรรมและการใช้จ่ายของผู้บริโภคช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2566” พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 45.1% มองว่างสงกรานต์ปีนี้จะสนุกสนานกว่าปีที่ผ่านมา
โดย 72.8% มีการวางแผนไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้ทะเลภาคตะวันออกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ว่าเทศกาลสงกรานต์ 2566 จะมีเงินสะพัด 125,203.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.3% จากสงกรานต์ปีก่อนที่มีเงินสะพัด 106,772.59 ล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ดเงินใกล้เคียงกับปี 2559
โดยประชาชน 32.5% ระบุว่าจำนวนการซื้อสินค้าในช่วงสงกรานต์จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาสินค้าแพงขึ้น มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน และมีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น สำหรับการวางแผนไปท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ เป็นค่าใช้จ่ายในประเทศ 7,091.18 บาท และท่องเที่ยวต่างประเทศ 45,681.82 บาท
ทั้งนี้เมื่อถามถึงสถานการณ์โควิด และ ฝุ่น PM 2.5 ว่ามีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวหรือไม่ ส่วนใหญ่บอกว่าไม่มีผลกระทบและยังจะเดินทางไปท่องเที่ยวเช่นเดิม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่มีปัญหาฝุ่นมาก ก็ยังได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์นี้
" สงกรานต์ปีนี้ต้องบอกว่าคึกคักมาก เพราะถือเป็นเทศกาลใหญ่แรกของปีที่ทุกคนเฝ้ารอ และอยู่ในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งจะช่วยให้มีเม็ดเงินสะพัด เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ได้มากขึ้นและมีผลให้ตัวเลขจีดีพีเติบโตได้เพิ่มขึ้น 0.5-0.7% แต่อย่างไรก็ตามยังคงเป้าหมายเดิมทั้งปี 2566 จีดีพีของไทยจะขยายตัวได้ 3-4%" ผศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าว
นอกจากนี้ยังได้สำรวจความเห็นถึงการเลือกตั้ง พบว่า 89.6% ไปเลือกตั้งแน่นอน และสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไขมากที่สุด ได้แก่ แก้ไขปัญหาปากท้อง ความยากจน หนี้สิน และความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย รองลงมาคือ เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมถึงสนับสนุนภาคการค้ำและภาคบริการ ให้กลับมาสู่ภาวะปกติ และ แก้ไขปัญหาคอรัปชันให้หมดไป ผ่านการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง