โดยที่ประชุมมีความเห็นไม่ตรงกัน ต้องใช้วิธีการโหวตลงคะแนนเสียง ซึ่งการลงคะแนนของคณะกรรมการ เสียงเท่ากันที่ 3:3 แต่ประธานฯ ใช้สิทธิออกเสียงซ้ำอีกครั้ง หรือดับเบิลโหวต ส่งผลให้คะแนนโหวตกลายเป็น 4:3 เพื่อให้ตนเองสามารถคัดเลือกและเสนอชื่อผู้ที่จะเป็นเลขาฯ ได้แต่เพียงผู้เดียว จนเป็นสาเหตุที่กรรมการ กสทช. 3 คน คือ พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ อาจารย์พิรงรอง รามสูต และอาจารย์ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ ทำหนังสือถึงประธานกสทช. โดยระบุว่าไม่รับทราบมติที่ประชุม กสทช. นัดพิเศษเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาเลขาธิการดังกล่าว
หลังจากนั้น ประธาน กสทช. ได้ออกประกาศ เรื่องรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ซึ่งมีข้อที่น่ากังขาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคัดเลือก ข้อ 8 และข้อ 9
โดย ข้อ 8 ระบุว่า ประธาน กสทช.จะแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติบุคคล เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. แต่จากนั้น ประธานจะเป็นผู้ประกาศรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือกแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ได้ผ่านการร่วมพิจารณาของคณะกรรมการ กสทช.ทั้งหมด
ส่วนข้อ 9 ระบุว่า ประธาน กสทช. เป็นเพียงผู้เดียวที่จะดำเนินการคัดเลือกโดยการประเมินจากเอกสารประกอบการสมัคร การแสดงวิสัยทัศน์และการสัมภาษณ์ จากรายชื่อที่ผ่านการคัดเลือกมาทั้งหมด จากนั้น ประธานจึงจะเสนอชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ส่งไปยังคณะกรรมการ กสทช .ท่านอื่น ซึ่งมีหน้าที่เพียงแค่เห็นชอบเท่านั้น โดยกรรมการไม่ได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกและเสนอชื่อผู้สมัครคนอื่นเข้าสู่การพิจารณา นอกเหนือจากผู้ที่ประธานได้เลือกไว้แล้วแต่อย่างใด