พี่หนูยังกล่าวอีกว่า ปัจจุบันได้ปลูกทุเรียนหมอนทองไว้ประมาณ 200 ต้น ในพื้นที่ 10 ไร่ มีผู้ซื้อต้นทุเรียนอายุกว่า 3 ปี ที่ออกลูกแล้วออกช่อมาให้เห็นแล้วในราคา 100,000 มีผู้ซื้อไว้จำนวน 3 ต้น ส่วนราคา 50,000 บาทก็มีซื้อไว้แล้ว 2-3 ราย นอกจากนั้นยังมีผู้ซื้อในราคาต่ำกว่านี้ทั้งราคาต้นละ 700 – 1,000 บาท ต้นละ 3000 บาท เหล่านี้รวมแล้วก็กว่า 30 รายแล้ว นอกจากนี้ในสวนของตัวเองยังมีสวนผสมผสานที่ปลูกทั้งส้ม มะนาว มะไฟ ลองกอง เงาะ ผลไม้ทุกชนิดในสวนใครอยากเป็นเจ้าของในรูปแบบ “คนละครึ่ง” ก็สามารถมาซื้อในแต่ละต้นได้ โดยทุกต้นที่มาซื้อจะมีการติดชื่อเจ้าของไว้ทุกต้นอีกทั้งทุกต้นยังสามารถเป็นมรดกตกทอดไปถึงลูกหลานของเจ้าของต้นได้อีกด้วยตลอดอายุขัยของต้นไม้ตามประเภทนั้นๆ
พี่หนูยังกล่าวต่อไปว่า สำหรับรายได้ของตัวเองนั้นจะมีรายได้จากการขายต้นในครั้งแรกและยังมีรายได้จากการขายผลผลิต”คนละครึ่ง” เมื่อตัดทุเรียนออกจำหน่ายเจ้าของต้นก็จะมีรายได้ครึ่งหนึ่งของทุกต้นโดยมีตัวเองเป็นผู้ดูแลการเจริญเติบโตและที่สำคัญในโครงการ “คนละครึ่ง” นี้ทำให้ตัวเองมีเพื่อนเพิ่มมากขึ้นจากการที่เจ้าของต้นทุเรียนที่ซื้อไว้มาแวะเวียนมาดูต้นทุเรียนของตนและยังมีรายได้จากโฮมสเตย์ที่เจ้าของต้นทุเรียนมาพักด้วยนับเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นพูดคุยกันในแบบชาวสวน โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มาซื้อต้นทุเรียนก็จะเป็นข้าราชการที่เกษียณอายุจากราชการแล้วจะมาจับจองซื้อต้นทุเรียนกันเป็นจำนวนมากทำให้ตัวเองมีเพื่อนมาจากหลายจังหวัดในประเทศไทยคบหาพูดคุยกันด้วยความสุข ส่วนท่านใดสนใจร่วมโครงการนี้ก็สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร 096-7654722 พี่หนูกล่าวในที่สุด