เนชั่นทีวี

Business thai

ท่องเที่ยว-การใช้จ่ายฟื้น ดัน ความเชื่อมั่นภาคอุตฯ เพิ่มสูงสุดรอบ 43 เดือน

15 ก.พ. 2566 | wanida_phe

ท่องเที่ยว-การใช้จ่ายฟื้น ดัน ความเชื่อมั่นภาคอุตฯ เพิ่มสูงสุดรอบ 43 เดือน

ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน ม.ค. 2566 อยู่ที่ระดับ 93.9 เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 43หนุน โดยผู้ประกอบการเสนอรัฐช่วยลดภาระด้านค่าไฟ และ ต้นทุนการผลิต เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

นายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ นายสรกิจ มั่นบุปผชาติ รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมเปิดเผย ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมกราคม 2566 อยู่ที่ระดับ 93.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 92.6 ในเดือนธันวาคม โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 43 เดือนนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของค่าดัชนีฯ พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกองค์ประกอบ ทั้งดัชนีฯ คำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ ยกเว้นต้นทุนประกอบการ

ท่องเที่ยว-การใช้จ่ายฟื้น ดัน ความเชื่อมั่นภาคอุตฯ เพิ่มสูงสุดรอบ 43 เดือน

โดยปัจจัยสนับสนุน จากการขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศ ทั้งสินค้าคงทน และ สินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งอานิสงส์ของ มาตรการช้อปดีมีคืน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ช่วยส่งเสริมการใช้จ่ายในประเทศ ตลอดจนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และ การเปิดประเทศของจีน ทำให้ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว และทำให้จีนนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น

ท่องเที่ยว-การใช้จ่ายฟื้น ดัน ความเชื่อมั่นภาคอุตฯ เพิ่มสูงสุดรอบ 43 เดือน

แต่อย่างไรก็ตาม อุปสงค์จากต่างประเทศที่อ่อนแอลง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง โดยเฉพาะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาคการส่งออกของไทย ขณะที่ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อเนื่องในปัจจัยด้านราคาพลังงาน ค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ตลอดจนการแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาสินค้าส่งออกของไทยลดลง

ทั้งนี้จากการสำรวจผู้ประกอบการ 1,321 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในเดือนมกราคม 2566 พบว่าปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ เศรษฐกิจโลก  73.0% ราคาน้ำมัน  58.5% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้  50.2% และ ค่าเงินบาท  48.6% ตามลำดับ ปัจจัยที่มีความกังวลลดลง ได้แก่ เศรษฐกิจในประเทศ  36.8% สถานการณ์การเมืองในประเทศ 35.0% ตามลำดับ

สำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 101.1 ปรับตัวเพิ่มขึ้น จาก 99.9 ในเดือนธันวาคม โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยวที่ยังคงขยายตัว โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน ภายหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ขณะที่ภาคการผลิตมีคำสั่งซื้อและปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศ

สำหรับข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ

1. เสนอให้ปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) งวดที่ 2 สำหรับเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2566 เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชนและลดต้นทุนการผลิตให้กับผู้ประกอบการ

2. เสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้กับภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ที่ยังมีปัญหาสภาพคล่องและขาดเงินทุนหมุนเวียน

3. เร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศไทยเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน อาทิ เวียดนาม ที่ได้เปรียบไทยเรื่องสิทธิทางภาษีต่างๆ อาทิ ความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ระหว่างไทย-สหภาพยุโรป (EU) และ FTA ระหว่างไทย-GCC (กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ)

ท่องเที่ยว-การใช้จ่ายฟื้น ดัน ความเชื่อมั่นภาคอุตฯ เพิ่มสูงสุดรอบ 43 เดือน

ข่าวล่าสุด