นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ จะไม่มีการติดต่อกับผู้ประกอบการผ่านทางโทรศัพท์และแอปพลิเคชันไลน์ หากพบว่ามีบุคคลโทรศัพท์ไปหาหรือไลน์ไปหา
ด้วยการแอบอ้างเอกสารหรือเว็บไซต์ว่ามาจากกระทรวงพาณิชย์หรือหน่วยงานในสังกัด เพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอตรวจสอบข้อมูลธุรกิจ หรือการเสนอเงินให้ความช่วยเหลือธุรกิจต่างๆ อย่าหลงเชื่อคลิกลิงก์หรือให้ข้อมูลเด็ดขาด เพราะเป็นมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อของกระทรวงไปใช้หลอกลวงประชาชน ซึ่งพบว่ามีจำนวนมากขึ้น
โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกแนวปฏิบัติสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ คือ
1.ทุกครั้งที่ได้รับโทรศัพท์หรือข้อความที่กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ หรือหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ "ให้สงสัยก่อนว่าเป็นการแอบอ้างจากมิจฉาชีพ" และ "ห้ามทำธุรกรรมใด ๆ อย่างเด็ดขาด" เนื่องจากการขอข้อมูลจากผู้ประกอบการหรือผู้มาติดต่อใด ๆ หน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์จะทำเป็นหนังสือทุกครั้ง
2.กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดสายด่วนแจ้งข่าวมิจฉาชีพ โทร. 1203 เพื่อตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นและป้องกันการถูกหลอกในทุกรูปแบบ
โดยจากสถิติ พบว่า 90% ของหน่วยงานที่ถูกแอบอ้าง คือ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รองลงมา คือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งล่าสุด กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างส่งดำเนินคดีมิจฉาชีพจำนวน 18 คดี โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามียอดโทรร้องเรียน 50 สาย ส่วนใหญ่เป็นการสอบถามข้อมูลส่วนตัว, หลอกให้กดลิ้งค์เพื่อดูดเงินผ่านแอปฯ ธนาคาร เป็นต้น