ชาวสวนยางเฮ! เตรียมจ่ายประกันรายได้ระยะ 4 งวดแรกในเดือนก.พ.นี้
02 ก.พ. 2566

บอร์ด กนย. อนุมัติวงเงิน 7.64 พันล้านบาท ประกันรายได้ยางพารา งวดเดือนต.ค. และ พ.ย. 2565 ที่แก่เกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้ภายใน 30 มิ.ย. 65 คาดทยอยจ่ายงวดแรกได้ภายในเดือน ก.พ. นี้
Business thai
02 ก.พ. 2566

บอร์ด กนย. อนุมัติวงเงิน 7.64 พันล้านบาท ประกันรายได้ยางพารา งวดเดือนต.ค. และ พ.ย. 2565 ที่แก่เกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้ภายใน 30 มิ.ย. 65 คาดทยอยจ่ายงวดแรกได้ภายในเดือน ก.พ. นี้
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่4 ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการยางธรรมชาติ (กนย.) เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2566 ได้มีมติเห็นชอบกรอบวงเงิน 7.64 พันล้านบาท เพื่อประกันรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนยาง ที่ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2565
จำนวน 1.6 ล้านราย พื้นที่สวนยางกรีดรวม 18 ล้านไร่ ระยะเวลาโครงการ ม.ค.- ก.ย. 2566 โดย กยท.จะเป็นผู้เสนอขอรับการจัดสรรงบกลางประจำปีงบประมาณ 2566 จากคณะรัฐมนตรีต่อไป คาดว่าจะจ่ายเงินงวดแรกได้ภายในเดือน ก.พ.นี้
สำหรับยางพาราที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ ต้องมีอายุ 7 ปีขึ้นไปที่เปิดกรีดแล้ว กำหนดราคาประกันผลผลิตยางแต่ละชนิด ดังนี้ ยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาทต่อกิโลกรัม น้ำยางสด (DRC 100%) 57 บาทต่อกิโลกรัม และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) 23 บาทต่อกิโลกรัม แบ่งสัดส่วนรายได้ เจ้าของสวน 60% และคนกรีด 40% ของรายได้ทั้งหมด รายละไม่เกิน 25 ไร่ ระยะเวลาประกันรายได้ 2 เดือน (ต.ค. – พ.ย. 2565)
สำหรับความคืบหน้า โครงการเขตส่งเสริมนวัตกรรมยางพาราระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (South Economic Corridor Rubber Innovation: SECri) จ.นครศรีธรรมราช การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้เร่งขับเคลื่อนโครงการเพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการพัฒนาพื้นที่ในปีงบประมาณ 2567
โดยผลการศึกษาความเหมาะสมทางกายภาพ จะให้ใช้พื้นที่ภายใต้การกำกับดูแลของ กยท.โดยแบ่งเป็นสองส่วนคือ 1) พื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราและนวัตกรรมยางพารา จำนวน 3,500 ไร่ ตั้งอยู่ที่ อ.ช้างกลาง และ 2) พื้นที่ส่งเสริมเกษตรกรรมสวนอย่างยั่งยืนและเกษตรกรรมสวนยางแบบผสมผสาน จำนวน 3.3 หมื่นไร่ ที่ อ.ช้างกลาง และ อ.ทุ่งใหญ่
โดยกยท. ตั้งเป้าให้โครงการนี้เป็นพื้นที่รองรับ การพัฒนายางพารา และ ส่งเสริมนวัตกรรมยางพาราตลอดจนส่งเสริมเกษตรกรรมสวน อย่างยั่งยืน และ แบบผสมผสาน สอดรับกรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ที่เน้นอุตสาหกรรมชีวภาพและการแปรรูปการเกษตรมูลค่าสูงที่มีการสนับสนุน ให้จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านยางพารา เพื่อการใช้ประโยชน์ยางพาราครบวงจร
การสร้างโรงงานต้นแบบสำหรับการผลิตนวัตกรรมยางพารา รวมถึงส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการใหม่เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางพารา โดยขณะนี้ มีบริษัทเอกชนทั้งไทยและต่างชาติให้ความสนใจในโครงการแล้วหลายราย ทั้งผู้ผลิตยางต้นน้ำ ผู้ผลิตปลายน้ำ (สินค้าปลายน้ำ เช่น ถุงมือยาง ยางทางเภสัชกรรและการแพทย์ พื้นรองเท้ายาง) และ ผู้พัฒนาพื้นที่
ทั้งนี้ ภายใต้กรอบระยะเวลาโครงการ 7 ปี คาดว่าจะนำไปสู่ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ถึง 6.8 แสนล้านบาท สร้างงานให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้มากถึง 45,000 คน และ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางปีละไม่น้อยกว่า 16,000 บาทต่อไร่
โดยการใช้พื้นที่จะประกอบด้วย พื้นที่สำนักงานของหน่วยงานรัฐและเอกชน ศูนย์อบรม ศูนย์ชุมชน พื้นที่โรงงาน คลังสินค้า พื้นที่ต้นแบบสวนยางยั่งยืน ตลาดกลาง ที่อยู่อาศัย อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น
ข่าวล่าสุด