รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ระบุ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน หารือเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลหลายหน่วยงานรัฐ ทั้งธนาคาร ทะเบียนราษฎรของมหาดไทย ธปท. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้รับสิทธิเติมเงิน Digital Wallet และระบบกดรับสิทธิ รวมทั้งยังยืนยันในกรอบเวลาเดิม ในไตรมาสที่ 3 จะเริ่มต้นการลงทะเบียนทั้งร้านค้าและประชาชน
ประชาชนที่เคยยืนยันตัวตนผ่านโครงการรัฐในหลาย ๆ โครงการยังสามารถใช้ได้ไม่ต้องเริ่มต้นการยืนยันตัวตนใหม่เพราะอาจจะใช้เวลา ซึ่งอาจจะต้องเดินทางไปที่ธนาคารเพื่อเข้าสู่กระบวนการ ขณะที่การยืนยันรับสิทธิ์ยังจำเป็นต้องมีประชาชนทุกคนจะต้องมีแอปพลิเคชั่นทางรัฐ
ขณะที่การชำระเงินนายจุลพันธ์ย้ำว่าจะต้องเป็นแบบ face to face ผู้ได้รับสิทธิ์จะต้องเดินทางไปที่ร้านค้าด้วยตัวเอง ส่วนกลุ่มประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนได้อาจใช้บัตรประชาชนแทนแต่ต้องระวังเรื่องการสวมสิทธิ์ ซึ่งต้องมีการหารือเพิ่มเติมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจไซเบอร์เพื่อหากลไกที่รองรับประชาชนได้ทุกกลุ่มทุกประเภท ส่วนการนำเอาโทรศัพท์มือถือของคนอื่นไปใช้สิทธิ์เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เพราะผิดหลักเกณฑ์และผิดกฎหมาย