ธุรกิจทุนต่ำกว่า 1 ล้านไปต่อไปไหว "ก่อสร้างแชมป์" เลิกกิจการ
26 ธ.ค. 2565 | sukanya_san

พาณิชย์เผยธุรกิจเลิกกิจการเดือนพ.ย.มีจำนวน 2,684 ราย ทุนจดทะเบียน 9 พันกว่าล้าน ก่อสร้างอาคารแชมป์สูงสุด รองลงมาเป็นอสังหาริมทรัพย์
Business thai
26 ธ.ค. 2565 | sukanya_san

พาณิชย์เผยธุรกิจเลิกกิจการเดือนพ.ย.มีจำนวน 2,684 ราย ทุนจดทะเบียน 9 พันกว่าล้าน ก่อสร้างอาคารแชมป์สูงสุด รองลงมาเป็นอสังหาริมทรัพย์
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ในเดือนพ.ย. ธุรกิจเลิกประ กอบกิจการมีจำนวน 2,684 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียน 9,417.60 ล้านบาท
โดยธุรกิจเลิกกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 236 รายคิดเป็น 9% รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 108 ราย คิดเป็น 4% และธุรกิจภัตตา คาร และร้านอาหาร จำนวน 64 ราย คิดเป็น 2%
นอกจากนี้หากแบ่งตามช่วงทุนพบว่า ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 1,935 ราย คิดเป็น 72.09% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1- 5 ล้านบาท จำนวน 611 ราย คิดเป็น 22.77%
ลำดับถัดไป คือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 128 ราย คิดเป็น 4.77% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท มีจำนวน 10 ราย คิดเป็น 0.37%
สำหรับธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนพ.ย. มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียน 5,773 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 20,069.48 ล้านบาท
โดยประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 492 ราย คิดเป็น 9% รองลงมา คือ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 486 ราย คิดเป็น 8% และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคาร และร้านอาหาร จำนวน 252 ราย คิดเป็น 4%
ทั้งนี้หากแบ่งตามช่วงทุนพบว่า ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีจำนวน 3,600 ราย คิดเป็น 62.36% รองลงมาช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 2,067 ราย คิดเป็น 35.81%
ขณะที่ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท มีจำนวน 89 ราย คิดเป็น 1.54% และช่วงทุนมาก กว่า 100 ล้านบาท จำนวน 17 ราย คิดเป็น 0.29%
ส่วนธุรกิจดำเนินกิจการทั่วไป (ณ วันที่ 30 พ.ย. 65) จำนวน 852,395 ราย มูลค่าทุน 20.73 ล้านล้านบาท จำแนกเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล จำนวน 201,446 ราย คิดเป็น 23.63%
บริษัทจำกัด จำนวน 649,570 ราย คิดเป็น 76.21% และบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 1,379 ราย คิดเป็น 0.16%
สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่มีช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท จำนวน 502,086 ราย คิดเป็น 58.91% รวมมูลค่าทุน 0.44 ล้านล้านบาท คิดเป็น 2.13% รองลงมา คือ ช่วงทุนมากกว่า 1-5 ล้านบาท จำนวน 256,768 ราย คิดเป็น 30.12% รวมมูลค่าทุน 0.87 ล้านล้านบาท คิดเป็น 4.21%
ช่วงถัดไปคือ ช่วงทุนมากกว่า 5-100 ล้านบาท จำนวน 76,201ราย คิดเป็น 8.94% รวมมูลค่าทุน 2.09 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10.08% และช่วงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 17,340 ราย คิดเป็น 2.03% รวมมูลค่าทุน 17.33 ล้านล้านบาท คิดเป็น 83.58%
การลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว เดือนพ.ย.พบว่า อนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 50 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จำนวน 17 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ จำนวน 33 ราย
ดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้ 6,029 ล้านบาท เป็นผลให้ในปี 2565 (ม.ค.-พ.ย.) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจ จำนวน 530 ราย เพิ่มขึ้น 6% เงินลงทุน 112,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (ม.ค.-พ.ย.64)
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด 3 สัญชาติแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 12 ราย เงินลงทุน 1,262 ล้านบาทรองลงมา ได้แก่ สิงคโปร์ จำนวน 10 ราย เงินลงทุน 307 ล้านบาท และสหรัฐอเมริกา จำนวน 6 ราย เงินลงทุน 16 ล้านบาท