นอกจากนี้ ภาษีดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายที่อาจจะออกจากตลาดทุนไทยได้ โดยคาดว่าเงินลงทุนต่างชาติจะหายไป 30%
และยังทำลายโอกาสทุกคนที่เก็บออมเงิน หวังลงทุนในตลาดทุนไทย โดยมีเป้าหมายระยะยาวเพื่อยกระดับฐานะทางการเงินและรองรับวัยเกษียณ
ภาครัฐควรเก็บภาษีอื่นแทน เช่น คนหนีภาษี มีหลายบัญชี หรือภาษีที่ดิน คนที่มีฐานะไม่กระทบมากขณะเดียวกันมองว่าตลาดทุนไทยเป็นคำตอบสำคัญ
ทำให้ทุกคนมีเงินเก็บออม สำหรับคนรุ่นใหม่และการออมเพื่อรองรับวัยเกษียณ
นักลงทุนแนวเน้นคุณค่า หรือ VI ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ระบุ การเก็บภาษีขายหุ้นจะได้เม็ดเงินแค่หมื่นล้านบาท ไม่คุ้มเสียอย่างมาก
และไม่ใช่เวลาที่จะเก็บ ส่งผลกระทบมากที่สุดคือ สภาพคล่องลดลง ตลาดเงียบเหงา มูลค่าหุ้นลดลง
เป็นความเสี่ยงมหาศาลสุดท้ายแล้วทุกคนที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนไทยได้รับผลกระทบ หรือจะตายกันหมด
และประเทศชาติเสียประโยชน์ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ภาครัฐต้องเปลี่ยนมาสนับสนุน ตลาดทุนไทยเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศ
จากนโยบาย ไล่ถอนขนห่านทองคำมาเป็น ขุนห่านทองคำ ดึงบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น รัฐวิสาหกิจ เอสเอ็มอี สตาร์ตอัป บริษัทต่างชาติ
ภาคธุรกิจยอมเข้าตลาด เพราะมีมูลค่าเพิ่มเปลี่ยนภาพธุรกิจครอบครัว เป็นบริษัทมหาชนระดมทุนได้เพิ่มขึ้น กำไรเติบโตขึ้น ยอมแลกกับยอมเสียภาษี
ไม่เป็นบริษัทนอกตลาด รัฐเก็บภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทุกอย่างโปร่งใส เปลี่ยนภาพธุรกิจครอบครัว เป็นบริษัทมหาชน แต่ถ้าเก็บภาษีขายหุ้นดังกล่าว
สภาพคล่องหาย พี/อีเหลือ 10 เท่า จากปัจจุบัน 17 เท่า คงไม่มีใครอยากเข้ามาเป็นเรื่องที่น่ากลัว
พร้อมกับมองว่ายังต้องผลักดันให้ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งสะสมความมั่งคั่ง หากภาครัฐส่งเสริมเก็บออมในหุ้นดีๆ ยังมีความหวังว่า
คนไทยจะมีชีวิตในอนาคตเอาตัวรอดในวัยเกษียณได้ ไม่ต้องทำงานไปจนวันตาย เพราะตอนนี้มีคนแค่กระจุกเดียวลงทุนในหุ้น
ในขณะที่ฝากเงินให้ดอกเบี้ยต่ำไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อสูงได้ และคนวัยเกษียณเพิ่มขึ้นเมื่อไม่มีเงินพอใช้ ก็เป็นภาระรัฐบาล
ขณะที่หนี้ภาครัฐก็เพิ่มพูนขึ้นเป็นความเสี่ยงประเทศไทยในอนาคต
ด้านประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ FETCO ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ระบุ สภาพคล่องดึดดูดสภาพคล่อง
เป็นสิ่งสำคัญและเป็นจุดขายของตลาดทุนไทย หากเปรียบสภาพคล่องเหมือนหนองน้ำถ้าน้ำลึกปลาจะมาอยู่เยอะ ออกลูกเยอะ
เก็บลูกหลานกินก็ไม่หมดแล้วแต่น้ำแห้ง ปลากระโดดนี้ เก็บอะไรก็ลำบากหรือเราต้องทำตัวเป็นทุ่งหญ้า ที่ห่านทองคำหลายตัวๆจะบินมาไม่ใช่บินจากไป
ดังนั้น มองว่า การเก็บภาษีขายหุ้นดังกล่าวจะได้ไม่คุ้มเสีย กระทบทางตรงต่อสภาพคล่องลดลง ทำลายเสน่ห์ของตลาดทุนไทย
และกระทบทางอ้อมต่อคนที่เก็บเงินออมเพื่ออนาคต จึงถือเป็นการบั่นทอนตัวเอง ส่วนปีหน้าก็ไม่ใช่เวลาที่ดีแน่ๆ
เศรษฐกิจโลกยังไม่พ้นจากปัญหาที่จะเกิดขึ้น อยากให้เริ่มที่จุดว่าเก็บภาษีนี้แล้วทำให้ประเทศไทยโดยรวมเจริญขึ้นหรือไม่
อยากให้ภาครัฐมองตลาดทุนไทยเป็นโอกาสของประเทศไทยระยะข้างหน้า เป็นเครื่องมือเปลี่ยนประเทศยกระดับเศรษฐกิจไทยปลดล็อกสู่ประเทศพัฒนา