อีกทั้ง ต้องไม่ลืมว่า ก่อนหน้าที่เคยอยู่บ้านเดียวกัน ทั้ง "สันติ" และ "ผู้กองนัส" มีข่าวเรื่องความไม่ลงรอยกัน กระทั่งท้ายที่สุด พปชร. มีมติให้ "ธรรมนัส" และพวก ราว 20 คน ต้องออกไปหาที่อยู่ใหม่ คือ "พรรคเศรษฐกิจไทย"
ถ้าถามว่าพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ สำคัญแค่ไหน ต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2565 หรือ 3 เดือนที่ผ่าน ช่วง "ลุงป้อม" ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ได้ยกคณะไปเยือน ซึ่งครั้งนั้น มีบรรดาส.ส.พรรคพลังประชารัฐ แห่ตบเท้าไปต้อนรับ อาทิ "วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์" จักรัตน์ ส.ส.เพชรบูรณ์ สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ นายเพชรภูมิ อาภรรัตน์ ส.ส. กำแพงเพชร รอต้อนรับ และส.ส.พลังประชารัฐ บางส่วนไปรอรับอยู่ที่วัดโบสถ์ชนะมาร
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งปี 62 จ.เพชรบูรณ์ ถูกแบ่งออกเป็น 5 เขต พรรคพลังประชารัฐสามารถชนะและกวาดมาได้ยกจังหวัด ประกอบด้วย
-เขต 1 พิมพ์พร พฤฒิพันธุ์
-เขต 2 "จักรัตน์ พั้วช่วย"
-เขต 3 "วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์"
-เขต 4 สุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์
-เขต 5 "เอี่ยม ทองใจสด"
ทว่า การแบ่งพื้นที่ในการเลือกตั้งรอบใหม่ ได้เพิ่มมาอีก 1 เขต รวมเป็น 6 เขต และหาก "บิ๊กตู่" ไปรวมไทยสร้างชาติ และซื้อใจมุ้ง "มะขามหวาน" หันมาร่วมพรรค จะช่วยส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะเป้าเบื้องต้นที่วาง ส.ส.ไว้ 40-50 เก้าอี้ จะขยับจากพรรคเหล้าเก่าในขวดใหม่ ขึ้นมาเป็นพรรคระดับร่วมรัฐบาลในอนาคต
ท่ามกลางคลื่นลมโหมกระหน่ำในทางการเมือง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ 2 ศรีพี่น้อง “บิ๊กป้อม” และ “บิ๊กตู่” ย่อมส่งผลต่อบรรดาพลพรรคที่อยู่บ่อเดียวกัน จะเลือกเส้นทางใด ซึ่งต้องลุ้นกันว่าการลงพื้นที่ของพล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ จะเป็นจุดหักเหให้เมืองมะขามหวาน จะกลายสภาพเป็น "มะขามป้อม" หรือ "มะขามตู่" หรือท้ายที่สุดเหลือไว้เพียง มะขาม"เปราะ"