ไม่เพียงเท่านั้น "เข็มทิศ"การเมืองหลังประชุมเอเปค ยังชี้อนาคตของนักการเมืองทั้งองคาพยพ ไม่ว่าเป็น กรณี "ฝ่ายค้าน" เตรียมยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ซึ่งเคยลั่นว่ากลางเดือนนี้หลังการประชุมเอเปค เเต่ล่าสุดน่าจะปรับเเผนไปลุยถั่วซัด"ลุงตู่"ในเดือนมกราคมปีหน้า ดังนั้น ต้องอ่านใจฝ่ายค้านจะจองกฐินวันไหน
ประเด็นสำคัญ การประชุมเอเปค ซึ่งจะเสร็จสิ้นหมาดๆ ( 14-19 พ.ย.) ไม่เอื้อให้ฝ่ายค้านรุมตีกระหน่ำแบบทันที อีกทั้งทิศทางจากนั้น ต้องพิจารณาเวลาคาบเกี่ยวเนื่องจากวันที่ 23 พ.ย.นี้ จะต้องลุ้นมติศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตาวาระสำคัญ
นั่นคือ กรณีที่ประธานรัฐสภาส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ว่า "ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่.. ) พ.ศ." มาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 9 และมาตรา 10 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 มาตรา 83 มาตรา 86 มาตรา 90 มาตรา 91 และมาตรา 258 ก.ด้านการเมือง (2) หรือไม่ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่
ถัดจากนั้น เข็มทิศการเมือง ชี้เป้าไปในวันที่ 30 พ.ย.นี้รอฟังการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีประธานรัฐสภาส่งความเห็นของ ส.ส. และ ส.ว. ขอให้วินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ว่า "ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่..) พ.ศ." มาตรา 25 และมาตรา 26 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 93 และมาตรา 94 หรือไม่ และตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น
ประเมินว่า หากสองวาระที่ "ศาลรัฐธรรมนูญ" วินิจฉัย ซึ่งหลายพรรคลุ้นไฟเขียวทั้งหมด ส.ส.วันนี้ (ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ส.ส.เขต 350 คน ) จะเเปรสภาพกับการเลือกตั้งปีหน้าดังนี้
ส.ส.บัญชีรายชื่อจะมี 100 คน
ภาคเหนือจะมีส.ส. 39 คน ( เดิม 33 คน )
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีส.ส. 132 คน ( เดิม 116 คน )
ภาคกลางจะมีส.ส. 122 คน ( เดิม 106 คน )
ภาคตะวันออกจะมีส.ส. 29 คน ( เดิม 26 คน )
ภาคตะวันตกจะมีส.ส. 20 คน (เดิม 19 คน )
ภาคใต้จะมี ส.ส. 58 คน ( เดิม 50 คน )
กรุงเทพฯจะมีส.ส. 33 คน ( เดิม 30 คน )
ตรงนี้จะหัวหรือก้อยมิอาจตอบได้เวลานี้ ยังต้องลุ้นการเเบ่งเขตเลือกตั้งตามกติกาเลือกตั้งใหม่( หากการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามมติการเเก้กติกาของสภา ) ว่าจะออกเเนวใด เเละจับตาการย้ายบ้านของส.ส. อดีตส.ส.รวมทั้งเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ในตอนนี้ไปด้วย(ดีลที่ปิดบิลได้)
เป็นไปได้ว่า ต้นเดือนธันวาคม "ลุงตู่" น่าจะชี้ทิศทางการเมืองได้มากที่สุด เพราะเวลาหลังเอเปคยังต้องลุ้นสองมติศาลรัฐธรรมนูญให้ทราบเสียก่อน เว้นเเต่ว่า"ลุงตู่"มั่นใจในจังหวะเเบบเต็มร้อย จึงจะเผยความในใจในช่วงหลังประชุมเอเปค-สิ้นเดือนพ.ย.
ตอนนี้ จับตาพรรคต่างๆ เเสดงบทไปพลางๆ เคียงการรอการเปิดความในใจของลุงตู่ในหลายนาทีข้างหน้า