บทบาทหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษานายกฯ ของ "พีระพันธุ์" มีความโดดเด่นจากการทำงานแก้ปัญหาชาวบ้านในฐานะ "ตัวแทนนายกฯ" ได้อย่างว่องไวและเห็นผล
อย่างวันที่มีการลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เร่งปลดล็อกแก้ปัญหากลุ่มประมงแสมสาร ที่ร้องเรียน 3 ประเด็น และเร่งให้เรือ 9 ลำกลับมาหาปลาได้ตามปกติ ต้องไม่ลืมว่า แม้การแก้ไขปัญหา "ไอยูยู ฟิชชิ่ง" หรือใบแดงทำประมงของไทย จะเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาล คสช. แต่ด้วยกฎที่เข้มงวดเกินไป ก็ทำให้เสียคะแนนจากพี่น้องประมงจาก 28 จังหวัดชายฝั่งทะเลไปมาก การส่ง "พีระพันธุ์" ไปคลี่คลายปัญหาในครั้งนั้น จึงมีนัยทางการเมืองอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ดี เหตุผลสำคัญที่"พีระพันธุ์"ต้องแยกตัวออกมาจาก"พรรคพลังประชารัฐ" ร่วมขับเคลื่อน"พรรครวมไทยสร้างชาติ" เพราะ"พีระพันธุ์" มองว่า แนวความคิดอุดมการณ์ทางการเมืองอันกำลังจะเกิดขึ้น กับพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นแนวทางที่เดินมาถูกทางคล่องตัวกว่าโดยเขาก็พร้อมสนับสนุน
ฉะนั้นจึงไม่แปลก ที่บรรดาขุนพลทางการเมืองมากหน้าหลายตาที่มีนวทางเดียวกับ "พีระพันธ์ุ" จะปรากฎตัวในวันที่ 3 ส.ค. อย่างเช่น เอกณัฐ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. ที่ว่ากันว่า จะเป็นเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ วิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช วีระชัย วีระเมธีกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง อดีตเลขาธิการพรรครวมพลังประชาชาติไทย เจ้าของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
สำหรับที่ทำการพรรคร่วมไทยสร้างชาติ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 35 อารีย์ ซอย 5 พหลโยธิน 7 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. บรรยากาศบริเวณชั้น 1 ด้านหน้ามีการตั้งเคาน์เตอร์ที่ประดับ โลโก้ของพรรคและป้าย"พรรครวมไทยสร้างชาติ" และมีธงชาติไทยประดับข้างละ 3 ผืน ด้านขวามีการเตรียมพื้นที่แถลงข่าว ตั้งโพเดียมและเก้าอี้ ด้านซ้ายมีการตั้งพระบรมฉายาลักษ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
ถึงวันนั้น 3 ส.ค. คือวันที่ "พรรครวมไทยสร้างชาติ" จะออกมาประกาศความพร้อมเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้ง ด้วยการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขอให้จับตา
ชมคลิป>>> "พรรครวมไทยสร้างชาติ"
คลิป 2 >>>> พิกัด "พรรครวมไทยสร้างชาติ"