เนชั่นทีวี

Business

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตรวจเยี่ยม MEA มอบนโยบายขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ นำนวัตกรรมดิจิทัลยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง

13 พ.ค. 2569

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตรวจเยี่ยม MEA มอบนโยบายขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ นำนวัตกรรมดิจิทัลยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง

วันนี้ (12 พฤษภาคม 2569) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งนายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงพื้นที่มอบนโยบายการดำเนินงาน

โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.รังสรรค์ วงศ์สรรค์ นางสาวเพียงออ เลาหะวิไลย รองศาสตราจารย์จิรพล สังข์โพธิ์ รองศาสตราจารย์อัศม์เดช วานิชชินชัย คณะกรรมการ MEA หรือการไฟฟ้านครหลวง พร้อมด้วยนายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการ MEA รวมไปถึงผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับและรับมอบนโยบาย ณ อาคารวัฒนวิภาส MEA สำนักงานใหญ่ คลองเตย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตรวจเยี่ยม MEA มอบนโยบายขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ นำนวัตกรรมดิจิทัลยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง

นายพลพีร์ เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งที่ผ่านมา MEA ได้ขานรับและดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด ทั้งการจัดทำโครงการไฟฟ้าส่องสว่างเพื่อความปลอดภัย การส่งเสริมการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) การรณรงค์ประหยัดพลังงาน ตลอดจนการขยายสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า โดยท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกและวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต พลังงานสะอาดและการใช้โซลาร์เซลล์จึงถือเป็นทางเลือกสำคัญในการปรับตัวและรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน

ในด้านการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน นายพลพีร์ ระบุว่า ได้มีการหารือร่วมกับผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวงอย่างใกล้ชิด ถึงแนวทางการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าที่ 3 บาท สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก นอกจากนี้ เพื่อเป็นการต่อยอดการส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop ได้มอบนโยบายให้ MEA บูรณาการความร่วมมือกับ PEA หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อยกระดับการให้บริการสู่รูปแบบศูนย์บริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว (One Stop Service) ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอย่างครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการขออนุญาตติดตั้ง ไปจนถึงการประสานงานกับสถาบันการเงินเพื่อให้บริการด้านสินเชื่อ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตรวจเยี่ยม MEA มอบนโยบายขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ นำนวัตกรรมดิจิทัลยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง

พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำให้ MEA พิจารณาทบทวนอัตราค่าบริการและค่าติดตั้งระบบ Solar Rooftop ให้มีความเหมาะสม แม้ว่ามาตรฐานการให้บริการของ MEA จะเป็นที่ยอมรับและสร้างความมั่นใจในด้านคุณภาพให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี แต่หากสามารถปรับลดราคาให้สอดคล้องและแข่งขันกับผู้ให้บริการในภาคเอกชนได้ จะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้ภาคประชาชนหันมาลงทุนใช้พลังงานสะอาดกันมากขึ้น ทั้งนี้ MEA จะต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบเพื่อเตรียมพร้อมให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้ไฟฟ้า รวมถึงกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณที่ชัดเจนในการขยายจำนวนหลังคาเรือนที่ติดตั้ง Solar Rooftop ในแต่ละปี ตลอดจนเร่งผลักดันและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า MEA ต้องให้ความสำคัญกับการพิจารณาโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับกลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยควรจัดให้อยู่ในรูปแบบการให้บริการระดับพรีเมียม ซึ่งจะต้องบริหารจัดการอย่างรัดกุมและเป็นธรรม เพื่อป้องกันมิให้ภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มสูงขึ้นไปตกอยู่กับภาคประชาชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและพลังงาน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะการเร่งพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Metro Grid) ที่จะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการและกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการขยายผลให้มีความชัดเจน เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานของเมืองในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตรวจเยี่ยม MEA มอบนโยบายขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ นำนวัตกรรมดิจิทัลยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง

นอกจากนี้ การสื่อสารองค์กรและการประชาสัมพันธ์ยังถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยงการทำงานของ MEA เข้ากับภาคประชาชน โดยสังคมจะต้องได้รับทราบถึงบทบาทหน้าที่ ภารกิจที่องค์กรกำลังขับเคลื่อน ตลอดจนบริการและแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ที่จัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวก ดังนั้น งานด้านการประชาสัมพันธ์จึงต้องขับเคลื่อนในเชิงรุก และทำงานอย่างเข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ เข้าถึง และเกิดความเชื่อมั่นต่อ MEA ในฐานะหน่วยงานผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าที่พร้อมอำนวยความสะดวกและดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มศักยภาพ

ด้านนายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนถือเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายจากวิกฤตพลังงานโลกที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานสะอาด โดยเฉพาะระบบโซลาร์เซลล์ นับเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการปรับตัวได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ พลังงานถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต MEA จึงพร้อมเป็นกลไกหลักของภาครัฐในการดำเนินการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระค่าครองชีพด้านอัตราค่าไฟฟ้า เพื่อประคับประคองและนำพาประชาชนให้ก้าวข้ามวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและคืนความสุขให้แก่สังคมไทย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตรวจเยี่ยม MEA มอบนโยบายขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ นำนวัตกรรมดิจิทัลยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง

นายวรศิษฎ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับวิถีชีวิตแห่งอนาคตว่า MEA ได้เร่งขยายพื้นที่จุดให้บริการสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า ให้ครอบคลุมและเพียงพอต่อความต้องการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนางานด้านบริการประชาชนที่ต้องมีความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย โดยเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งปัญหาและข้อเสนอแนะผ่านช่องทางดิจิทัลที่ทันสมัย เช่น แอปพลิเคชัน MEA Smart Life เพื่อให้หน่วยงานสามารถตอบสนองการแก้ไขปัญหา ตลอดจนบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

ในโอกาสนี้ ผู้ว่าการ MEA นำคณะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเข้าชมนิทรรศการนวัตกรรมด้านพลังงานและโครงการสำคัญที่ MEA กำลังขับเคลื่อนเพื่อรองรับวิถีชีวิตเมืองมหานคร (Smart City) ผ่านเทคโนโลยีระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะแห่งอนาคต (Smart Metro Grid) ที่สามารถตรวจวัดและควบคุมระบบไฟฟ้าแบบ Real-time ควบคู่กับการติดตั้งมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) เสริมความแม่นยำในการบริหารจัดการพลังงาน รวมถึงความคืบหน้าโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินที่ช่วยปรับปรุงทัศนียภาพและเพิ่มความปลอดภัย พร้อมกันนี้ยังมีการส่งเสริมพลังงานสะอาดผ่านการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และการขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (MEA EV Plug Me) ที่มาพร้อมแอปพลิเคชันรองรับผู้ใช้งานอย่างครบวงจร

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตรวจเยี่ยม MEA มอบนโยบายขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ นำนวัตกรรมดิจิทัลยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง

นอกจากนี้ MEA ยังได้นำเสนอระบบ FFM (Field Force Management) ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการงานช่างอัจฉริยะ ที่ช่วยให้การแก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้องเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับงานบริการลูกค้าสู่รูปแบบออนไลน์เต็มรูปแบบผ่าน MEA e-Service ตลอดจนดำเนินโครงการ CSR เกื้อหนุนคุณภาพชีวิต และสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งเป็นการนำภารกิจหลักขององค์กรมาต่อยอดสร้างอาชีพ เสริมรายได้แก่ชุมชนในพื้นที่บริการ เพื่อให้ MEA เป็นมากกว่าผู้ให้บริการไฟฟ้า แต่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมให้เข้มแข็งและยั่งยืน