เนชั่นทีวี

Business

“เศรษฐา” เปิดคีย์เวิร์ดสำคัญขับเคลื่อนไทย ชู “ความมั่นคงทางอาหาร” ดันครัวโลก จี้ลงทุนระบบน้ำ-ปลดล็อกพืช GMO พร้อมหนุน Data Center

20 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

“เศรษฐา” เปิดคีย์เวิร์ดสำคัญขับเคลื่อนไทย ชู “ความมั่นคงทางอาหาร” ดันครัวโลก จี้ลงทุนระบบน้ำ-ปลดล็อกพืช GMO พร้อมหนุน Data Center

“เศรษฐา” เปิดคีย์เวิร์ดสำคัญขับเคลื่อนไทย ชู “ความมั่นคงทางอาหาร” ดันครัวโลก จี้ลงทุนระบบน้ำ-ปลดล็อกพืช GMO พร้อมหนุน Data Center และ Soft Power สู้ศึกโลก

“เศรษฐา” เปิดคีย์เวิร์ดสำคัญขับเคลื่อนไทย ชู “ความมั่นคงทางอาหาร” ดันครัวโลก จี้ลงทุนระบบน้ำ-ปลดล็อกพืช GMO พร้อมหนุน Data Center และ Soft Power สู้ศึกโลก

KEY

POINTS

  • ชูไทยเป็น “ครัวโลก”: แนะรัฐเร่งลงทุนระบบชลประทาน “ไม่ท่วม ไม่แล้ง” และแก้กฎหมาย GMO พืชเพิ่มผลผลิต
  • ดึง Data Center ปักหมุดไทย: เตือนหากช้าทุนย้ายไปเพื่อนบ้าน ย้ำเป็นต้นน้ำ AI ดึงดูด Talent และเม็ดเงิน
  • ผลักดัน Soft Power และการทหารการค้า: หนุนรัฐบาลเดินทางเยือนต่างประเทศ เปิดตลาดใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืน 

20 ตุลาคม 2569 นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในงาน NATION FORUM x DINNER TALK : THAILAND'S AGENDA 2027 ในประเด็น "อะไรคือคีย์เวิร์ดสำคัญ ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า"   

 

นายเศรษฐา ตอบว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) จะสร้างความท้าทายอย่างมาก แต่ประเทศไทยยังมีจุดแข็งสำคัญ โดยเฉพาะเรื่อง “ความมั่นคงทางอาหาร” ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมในการวางตัวเป็น “ครัวโลก”

 

นายเศรษฐา กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรในภาคเกษตรกรรมประมาณ 30 ล้านคน แต่กลับสร้างมูลค่าต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ได้ไม่ถึง 10% จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างประโยชน์และยกระดับภาคการเกษตรได้อีกมาก โดยเสนอให้รัฐบาลเร่งลงทุนในระบบชลประทานอย่างจริงจังเพื่อแก้ปัญหา “ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ซึ่งจะช่วยลดงบประมาณการเยียวยาของภาครัฐปีละนับแสนล้านบาท พร้อมทั้งแนะให้พิจารณาแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการตัดต่อพันธุกรรมพืช (GMO) เช่น ถั่วเหลือง เพื่อเพิ่มผลผลิต สร้างความต้านทานแมลง และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรม

 

ดัน Data Center เป็นต้นน้ำ AI เตือนช้าโดนเพื่อนบ้านแย่งการลงทุน   

 

นอกจากนี้ นายเศรษฐา ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยี โดยมองว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) เป็น “ต้นน้ำ” ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งหากประเทศไทยไม่เร่งเปิดรับการลงทุน กลุ่มทุนต่างชาติจะย้ายฐานการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือเวียดนาม ทั้งนี้ การมี Data Center ในประเทศ จะช่วยดึงดูดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และดึงกลุ่มบุคลากรที่มีศักยภาพสูง (Talent) จากทั่วโลกเข้ามาพำนักและเสียภาษีในประเทศไทย ซึ่งภาครัฐจะต้องเร่งสื่อสารและทำความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจน ทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำ   

 

หนุนขับเคลื่อน Soft Power และการทูตเชิงเศรษฐกิจ สร้างความยั่งยืนสำหรับทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว 

 

นายเศรษฐา มองว่า ประเทศไทยต้องเน้นการกำหนดทิศทางจากจุดแข็งของตัวเอง พร้อมผลักดันนโยบาย Soft Power อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านอาหาร กีฬา การท่องเที่ยว และศิลปวัฒนธรรม รวมถึงสนับสนุนการเดินทางไปต่างประเทศของผู้นำรัฐบาล เพื่อเปิดตลาดใหม่ๆ และสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าวล่าสุด