IMF ยังเดินหน้าปรับปรุงกรอบการดำเนินงานและเครื่องมือให้มีความคล่องตัว ตรงจุด และให้น้ำหนักกับความเสี่ยงและบริบทของประเทศสมาชิกมากขึ้น ทั้งด้านการติดตามดูแลเศรษฐกิจการเงิน การประเมินภาคการเงิน การวิเคราะห์เสถียรภาพด้านต่างประเทศและความยั่งยืนของหนี้ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพและการออกแบบนโยบายหรือโครงการช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อช่วยให้สมาชิกรับมือกับความไม่แน่นอนและเสริมภูมิคุ้มกันในระยะยาว
สมาชิกส่วนใหญ่เห็นพ้องกับ IMF ควรให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค การสร้าง policy buffers และการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อยกระดับผลิตภาพและการเติบโต รวมถึงการใช้ประโยชน์จาก AI ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยง โดยสนับสนุนการนำผลการทบทวนนโยบายของ IMF ไปปฏิบัติ การเสริมบทบาทด้านการวิเคราะห์ความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลก (global imbalances) และผลกระทบข้ามพรมแดน ตลอดจนการเดินหน้าปฏิรูปโควตาและธรรมาภิบาลของกองทุน
นอกจากนี้ บางประเทศให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความมั่นคงทางพลังงาน ความเสี่ยงจาก NBFIs และกิจกรรมที่ใช้ leverage สูง การเชื่อมโยงกลไกความช่วยเหลือทางการเงินในระดับภูมิภาคกับระดับโลก และการกระจายประโยชน์จาก AI อย่างทั่วถึงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและช่องว่างการพัฒนา โดยสมาชิก IMFC ย้ำความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ทรัพยากรของ IMF เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทโลกใหม่ได้ดีขึ้น