นอกจากนี้ ธปท. ร่วมกับ Group of Thirty (G30) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการเงินโลกที่ประกอบด้วย ผู้ว่าธนาคารกลาง ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาคการเงิน และนักวิชาการจากนานาประเทศ จัดงานเสวนาภายใต้หัวข้อ Balancing Financial Innovation and Stability in Modern Digital Finance เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมทางการเงินกับการรักษาเสถียรภาพในยุคการเงินดิจิทัล
ผู้เข้าร่วมเสวนาเห็นว่า AI และนวัตกรรมทางการเงินสามารถเพิ่มผลิตภาพของเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพของระบบการเงิน แต่ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับ size and speed of benefits ผลกระทบต่อแรงงาน ระบบการเงิน และความเหลื่อมล้ำ จึงจำเป็นต้องลงทุนในทักษะแรงงาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และกรอบกำกับดูแลที่เหมาะสม
นอกจากนี้ AI อาจสร้างความเสี่ยงรูปแบบใหม่และเปลี่ยนกลไกการส่งผ่านนโยบายการเงิน จึงต้องปรับกรอบกำกับดูแลให้ทันต่อความเสี่ยง พร้อมเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและมีเสถียรภาพ
ในการนี้ ธปท. ได้หารือกับธนาคารกลางต่างๆ ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China: PBOC) ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss National Bank: SNB) ธนาคารกลางฝรั่งเศส (Banque de France) ธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) ธนาคารกลางภูฏาน (Royal Monetary Authority of Bhutan) ธนาคารกลางโอมาน (Central Bank of Oman) ธนาคารกลางสวีเดน (Sveriges Riksbank) ธนาคารกลางออสเตรีย (Oesterreichische Nationalbank) ธนาคารกลางเดนมาร์ก (Danmarks Nationalbank) ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB) และหารือร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศรวมถึงสถาบันต่างๆ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements: BIS) รวมถึง BIS Innovation Hub กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) Toronto Centre SWIFT (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication) FATF (Financial Action Task Force) และ Mitsubishi UFJ Financial Group (MUFG)