เนชั่นทีวี

Business

'เอกนิติ' ชง ครม.วันนี้ ต่อมาตรการไทยช่วยไทยพลัส 2 เดือน ยันไม่ใช้เงินกู้ลดสรรพสามิตน้ำมัน

22 ก.ย. 2569 | tananya_nak

'เอกนิติ' ชง ครม.วันนี้ ต่อมาตรการไทยช่วยไทยพลัส 2 เดือน ยันไม่ใช้เงินกู้ลดสรรพสามิตน้ำมัน

'เอกนิติ' ชง ครม.วันนี้ ต่อมาตรการไทยช่วยไทยพลัส 2 เดือน ยันไม่ใช้เงินกู้ลดสรรพสามิตน้ำมัน ย้ำต้องรักษาวินัยการคลัง ป้องกันวิกฤติซ้อนวิกฤติ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเสนอต่ออายุมาตรการไทยช่วยไทยพลัส 2 เดือน โดยโครงการนี้ช่วยประชาชนและร้านค้ารายย่อยในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งรับผลกระทบนโยบายภาษีสหรัฐและราคาพลังงาน

สำหรับข้อเสนอนำเงินกู้ที่เหลือในส่วนการเยียวยาผลกระทบจากวิกฤติตะวันออกกลางมาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันโดยเห็นว่าไทยมีเครื่องมือดูแลราคาพลังงาน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.การใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 2.การขอความร่วมมือนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันมาช่วยลดราคาน้ำมัน และ 3.การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

“ที่ผ่านมายังไม่นำมาตรการลดภาษีสรรพสามิตมาใช้เพราะจะทำให้รายได้รัฐลดลง ขณะที่รายจ่ายยังสูงและทำให้รัฐบาลต้องกู้เงินชดเชยอยู่ดี” นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ หากต้องนำเครื่องมือภาษีสรรพสามิตมาใช้จะพิจารณาเงื่อนไขให้เน้นน้ำมันให้บางประเภท เช่น E20 และ B20 ที่มีส่วนผสมเอทานอลและไบโอดีเซลสูง เพื่อให้ผลประโยชน์จากการลดภาษีตกกับเกษตรกร
 

นายเอกนิติ กล่าวว่า การรักษาวินัยทางการคลังต้องทำอย่างเหมาะสมและถูกจังหวะ โดยปีงบประมาณ 2569 จะสิ้นสุดเดือน ก.ย.2569 ไทยมีวงเงินกู้คงเหลือจำกัดเพียง 10,000 กว่าล้านบาท โดยหากลดภาษีแบบไม่ระมัดระวังอาจกระทบฐานะการคลังและก่อให้เกิดวิกฤติการคลังหรือวิกฤติซ้อนวิกฤติได้ สำหรับปีงบประมาณถัดไปจะประเมินช่องว่างการคลังอีกครั้ง

“สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch Ratings ได้ประเมินในรายงานล่าสุดว่า ประเทศไทยสามารถบริหารจัดการปัญหาพลังงานได้ดีโดยยังคงรักษาวินัยทางการคลังได้อย่างเข้มแข็งต่อเนื่อง” นายเอกนิติ กล่าว

สำหรับ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน พ.ศ.2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท ส่วนแรก 200,000 ล้านบาท ใช้เยียวยาและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติราคาพลังงาน โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติวันที่ 19 พ.ค.2569 ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน” วงเงิน 176,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 โครงการ ได้แก่

1.โครงการสนับสนุนและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย วงเงิน 18,800 ล้านบาท 2.โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการวงเงิน 36,900 ล้านบาท 

3.โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) วงเงินไม่เกิน 120,000 ล้านบาท จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2569 และกระทรวงการคลังเสนอ ครม.วันที่ 22 ก.ย.2569 ต่ออายุมาตรการอีก 2 เดือน (ต.ค.-พ.ย.) โดยใช้วงเงินที่เหลือ
 

ข่าวล่าสุด