ควรสมัครหรือไม่ ? ชั่งน้ำหนักข้อกังวลด้านข้อมูล AiPass
20 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

ชั่งน้ำหนัก TH-AI Passport (AiPass) สมัครดีหรือไม่? ส่องมุมมองฝ่ายค้านปมข้อมูลส่งออกต่างแดน ชนมุมผู้เชี่ยวชาญชี้สุดคุ้มค่า
ข่าว
20 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

ชั่งน้ำหนัก TH-AI Passport (AiPass) สมัครดีหรือไม่? ส่องมุมมองฝ่ายค้านปมข้อมูลส่งออกต่างแดน ชนมุมผู้เชี่ยวชาญชี้สุดคุ้มค่า
KEY
POINTS
20 สิงหาคม 2569 เปิดลงทะเบียนไปแล้ว สำหรับ TH-AI Passport โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วันเดียวมียอดลงทะเบียนทะลุ 700,000 ราย จากจำนวนสิทธิการใช้ 5 ล้านคน ซึ่งจะเริ่มเปิดใช้งานได้ในวันที่ 31 ส.ค. 2569 รวมโมเดล AI มากมายเอาไว้ในที่เดียว
อย่างไรก็ตาม ยังเกิดข้อถกเถียงว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพราะการลงทะเบียนนั้นผู้ใช้งานต้องมีการยืนยันตัวตน ให้ความยินยอมการใช้ข้อมูลเพื่อนำไปประมวลผล หากไม่ยินยอมก็ไม่สามารถใช้งานได้ "เนชั่นออนไลน์" ชวนชั่งน้ำหนักต่อประเด็นนี้
"การดี" จับตาข้อมูลคนไทยถูกส่งประมวลผลต่างแดน
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตต่อโครงการว่า ได้เข้าไปอ่าน "ประกาศความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดการใช้งาน" อย่างละเอียด และพบข้อความหนึ่งที่สำคัญมาก ในเอกสารระบุไว้ว่า
"แพลตฟอร์มไม่สามารถรับคำสั่ง ประมวลผล และสร้างคำตอบให้แก่ท่านได้ หากปราศจากการส่งต่อข้อมูลไปยังโมเดล AI ที่ท่านเลือกใช้งาน...หากท่านไม่ประสงค์ให้มีการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว ท่านจะไม่สามารถใช้บริการได้"
พูดง่ายๆ คือ กระทรวงฯ ยอมรับด้วยเอกสารตัวเองแล้วว่า การส่งข้อมูลของคนไทยไปประมวลผลที่ต่างประเทศ "ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขบังคับ"
ซึ่งประเด็นนี้ ขัดกับ TOR ข้อ 2.2 อย่างชัดเจน ที่ระบุว่าโครงการนี้จะต้อง "จัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย พร้อมยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายไทยอย่างสูงสุด"
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ข้อสงสัยของฝ่ายค้านอีกต่อไปค่ะ แต่เป็นความจริงที่ปรากฏออกมาแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญมอง “เรื่องปกติ” ข้อมูลประมวลผลต่างประเทศ
ด้าน “เอิร์ธ” ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โดมคลาวด์ จำกัด แสดงความเห็นในอีกมุมหนึ่งว่า ตอนนี้เริ่มมีความกังวลกันว่า ควรสมัคร AI Pass หรือไม่ ผมในฐานะคนที่ได้รับเชิญมาตั้งแต่ช่วงทดลอง ขอตอบแบบไวๆ ว่า “สมัครไปเถอะครับ” หลักการเดียวกับไทยช่วยไทยนั่นแหละ คือ มันเป็นเงินเราอยู่ดี ไปใช้สิทธิ์ที่พึงได้กันครับ
"อย่าเพิ่งอคติจนเกินข้อเท็จจริงไปครับ คุยกับแบบแฟร์ๆ อะไรผิดว่าไปตามผิด"
นาย ธนารัตน์ อธิบายอีกว่า สำหรับโครงการ AiPass นั้น มีความคุ้มค่า เพราะ สดช.จ่ายให้เอกชนตามการใช้งานจริง หัวละ 25 บาทต่อเดือน และประชาชนได้ใช้ Opus 4.8, ได้ใช้ Seedance เดือนละ 60 วินาที ซึ่งเป็นเงินมูลค่าเกิน 25 บาทต่อเดือนไปมาก เอาแค่ Seedance ก็ 60 บาทแล้ว
ส่วนในแง่ความกังวลว่า ข้อมูลรั่วไหลหรือไม่ ธนารัตน์ กล่าวว่า ยังสรุปไม่ได้ ต้องแยกก่อนว่า ข้อมูลที่ว่ามีอะไรบ้าง คือ มีตั้งแต่ 2.1 ข้อมูลส่วนตัวตามที่ ThaID/ทางรัฐ ส่งให้ 2.2 ข้อมูลพฤติกรรม และ 2.3 prompt (ข้อความที่คุยกับ AI)
ข้อมูล 2.1, 2.2 เขียนใน TOR ชัดเจนว่าต้องเก็บในประเทศ ไม่เป็นอันตราย และเป็นปกติมาก ทุกวันนี้เราใช้หรือไม่ใช้ 2.1 ก็เป็นข้อมูลที่รัฐถืออยู่แล้ว (และรั่วไปแล้ว 😅) ส่วน 2.2 พฤติกรรม เค้าเขียนว่าทำให้เป็นนิรนามแล้ว และข้อมูลส่วนนี้มักเป็นนิรนามตั้งแต่แรก เช่น วันหนึ่งเข้าใช้งานกี่นาที ซึ่งมันระบุอะไรยาก และความน่ากังวลต่ำ
จะเหลือ 2.3 prompt นี่แหละ ในเงื่อนไขการให้บริการ และประกาศความเป็นส่วนตัว เขียนชัดเจน ว่าจำเป็นต้องส่งไปต่างประเทศ ถ้าไม่ยอมก็อดใช้ แล้วเราควรจะกังวลไหม ส่วนตัวผมก็ยังมองว่าไม่ ไม่ใช่ไว้ใจโครงการนะ แต่เพราะมันก็เป็นของมันแบบนี้ ถ้ากลัวก็ไม่ได้ใช้ AI สักตัวครับ ประเทศเราไม่มี AI Data Center ครับ ไปใช้ที่อื่น prompt ก็ส่งออกนอกประเทศหมดอยู่ดี
"ธนารัตน์" กล่าวว่า ที่ต้องระวัง ไม่ใช่แค่กับที่ระบบนี้ คือ เวลาเราเขียน prompt อย่าไปใส่ข้อมูลอะไรที่กลัวรั่วไหลลงไปครับ หยุดที่ตัวเราเสียเอง ก็ไม่เกิดปัญหาละครับ ส่วนในแง่ TOR ว่าขัดกันหรือไม่ ผมก็ยังมองว่าไม่ขัดกับ TOR ข้อ 2.2 และ 4.2.1.7 (2) ที่ระบุเพียงว่า ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการลงทะเบียน และข้อมูลพฤติกรรม ต้องประมวลผลในประเทศครับ ไม่ได้ห้าม prompt ออกนอกประเทศครับ ซึ่งต้องตีความกันต่อไปว่า prompt ถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามนิยามในมาตรา 6 พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ จึงจะชี้ขาดได้ครับ
โต้ โดเมน .net ไม่ได้อันตรายเสมอไป
ส่วนประเด็น โดเมน .net ไม่ปลอดภัยจริงหรือไม่ ธนารัตน์ กล่าวว่า ไม่จริง ลำพังตัวโดเมนเองไม่ได้มีปัญหาอะไร การใช้ .net ไม่ได้แปลว่าอันตรายโดยปริยาย ไม่ได้บ่งบอกว่ามันประมวลผลในหรือนอกประเทศ ปัญหาเดียวของเรื่องนี้เลยคือ .net มันจดง่าย อาจมีโจรไปจดโดเมนที่ดูเผินๆ คล้ายกัน เช่น กรณี Facebook[dot]com เคยมีโจรจด Faecbook[dot]com ไปหลอกให้ชาวบ้านคลิกลิงก์เพื่อขโมยรหัสผ่าน สลับตัวหนังสือนิดเดียว ไม่ทันสังเกตอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเว็บจริง
ดังนั้นเห็น .net ไม่ได้แปลว่าอันตรายในทันทีนะครับ สรุปไม่ได้ แต่แค่มันเปิดโอกาสให้มีคนมาหลอกได้ ซึ่งจะมีหรือไม่มี เนียนหรือไม่เนียน ก็ต้องว่ากันต่อไป แต่ถามว่าเมคเซนส์ไหมที่ต้องย้ายไป .go.th ผมตอบได้ทันทีว่า ควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะเรื่องนี้เคยมีมติ ครม.แล้ว และมาตรฐาน มสพร. 11-2566 ข้อ 3.1.1 ก็กำหนดไว้ชัดเจน รวมถึงตอนนี้มีการจดโดเมน aipass .go.th แล้ว และทาง สกมช. ผู้ดูแลเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ ก็เป็นผู้แนะนำให้ใช้ช่องทางนี้ ดังนั้น สดช. ก็ควรพิจารณาย้ายไปใช้ช่องทางนี้เถอะครับ