ทั้งนี้สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชุมพรได้ดำเนินการสำรวจรังวัดจัดทำแผนที่รายละเอียดการบุกรุกเข้าถือครองทำประโยชน์ที่ดินราชพัสดุแปลงดังกล่าว และดำเนินการรับรองสิทธิผู้ถือครองที่ราชพัสดุด้วยการจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ กรณีที่ผู้ถือครองที่ราชพัสดุไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์ ซึ่งถือครองอยู่ก่อนวันที่ 4 ตุลาคม 2546 เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการบุกรุก สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการ ปัจจุบัน ผู้ที่ได้รับสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชพ.521 มีจำนวน 116 ราย เนื้อที่เช่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 42 - 0 - 98 ไร่ ประกอบด้วย ผู้เช่าประเภทสัญญาเช่าเพื่ออยู่อาศัย จำนวน 108 ราย เนื้อที่รวมประมาณ 20 - 0 - 31 ไร่ ผู้เช่าประเภทสัญญาเช่าเพื่อการเกษตร จำนวน 8 ราย เนื้อที่รวมประมาณ 22 - 0 - 67.80 ไร่ พื้นที่ใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่น ที่ตั้งศาลาประชาคมหมู่บ้าน, ถนนสาธารณะ, สระน้ำ เนื้อที่รวมประมาณ 57 - 3 - 01.20 ไร่
นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ได้พาสื่อมวชนลงพื้นที่ในอำเภอเมืองชุมพร เยี่ยมชมการพัฒนาใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุสร้างรายได้ให้กรมธนารักษ์ และการต่อยอดทำให้ที่ราชพัสดุเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด ในรูปแบบ Solar Rooftop ซึ่งเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าให้กับผู้เช่า รวมทั้งเป็นต้นแบบการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนหันมาสนใจการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น อย่างเช่น โครงการประมูลสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุประเภทสิ่งปลูกสร้างของรัฐที่ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินที่ไม่ใช่ที่ราชพัสดุ หลังลำดับที่ ชพ.1133 - ชะ.1152 และ ชพ.2662 - ชพ.2666 จังหวัดชุมพร เมื่อปี พ.ศ. 2559 กรมปศุสัตว์ได้ส่งมอบคืนอาคารโรงฆ่าสัตว์และแปรรูปผลิตภัณฑ์โค - กระบือ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร อาคารที่มีอายุการใช้งานประมาณ 17.2 ปี พร้อมเครื่องจักรให้กับสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชุมพร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางราชการ
ปี พ.ศ. 2561 กรมธนารักษ์ได้พิจารณาเห็นชอบผลการประมูลเช่าอาคารราชพัสดุฯ ครั้งที่ 2 ให้บริษัท ดีแอนด์แซด คอนซัลแทนท์ จำกัด ได้รับสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุประเภทสิ่งปลูกสร้างของรัฐที่ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินที่ไม่ใช่ที่ราชพัสดุ เพื่อประกอบกิจการโรงงานฆ่าสัตว์และแปรรูปผลิตภัณฑ์โค - กระบือ (ฮาลาล) พื้นที่ใช้สอยประมาณ 4,252 ตารางเมตร เนื้อที่ประมาณ 76-3-58 ไร่ โดยกรมธนารักษ์ได้จัดทำสัญญาเช่าอาคารราชพัสดุเลขที่ 3-ชพ-2/2566 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2566 อายุสัญญาเช่ามีกำหนด 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญา (นับตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2566 ถึงวันที่ 6 มีนาคม 2596) โดยชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน แต่เนื่องจากการประกอบกิจการโรงฆ่าสัตว์และแปรรูปผลิตภัณฑ์โค - กระบือ มีต้นทุนค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละประมาณ 500,000 – 600,000 บาท และเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า
ทั้งนี้ เพื่อการสนับสนุนโครงการประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายดำเนินการ กรมธนารักษ์ได้อนุญาตให้บริษัท ดีแอนด์แซด คอนซัลแทนท์ จำกัด ติดตั้งผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บนหลังคาอาคารราชพัสดุ เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าสำหรับประหยัดพลังงานภายในอาคาร โดยไม่มีการนำไปจัดหาประโยชน์ในเชิงพาณิชยกรรม จึงให้ผู้เช่าจัดส่งแบบแปลนการติดตั้งและเอกสารประกอบ พร้อมวางหลักประกันการเช่าเพิ่ม เป็นเงิน 86,880 บาท
โครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชพ.94 จังหวัดชุมพร โดยกรมธนารักษ์ได้พิจารณาเห็นชอบให้บริษัท ชุมพรโอเชี่ยนกรุ๊ป จำกัด ได้รับสิทธิการพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชพ.94 (บางส่วน) ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เนื้อที่เช่าตามสัญญาประมาณ 1-2-42.20 ไร่ พื้นที่ปลูกสร้าง 2,226 ตารางเมตร พื้นที่ใช้สอยภายในรวม 8,539.36 ตารางเมตร พื้นที่ใช้สอยภายนอกรวม 68 ตารางเมตร เพื่อปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง มีลักษณะอาคารพักอาศัยรวมคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) 4 ชั้น จำนวน 1 หลัง โดยผู้เช่าได้ดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญาเช่าเลขที่ 3-ชพ-5/2561 ก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง อาคารเลขที่ 58 ปลูกสร้างบนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชพ.94 (บางส่วน) ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร มีลักษณะอาคารห้างสรรพสินค้า 4 ชั้น จำนวน 1 หลัง อายุสัญญาเช่ามีกำหนด 20 ปี นับตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2581
ต่อมากรมธนารักษ์อนุญาตให้บริษัท ชุมพรโอเชี่ยนกรุ๊ป จำกัด ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ขนาดกำลังผลิตติดตั้งรวม 353.60 กิโลวัตต์ เนื้อที่ใช้สอย 1,469 ตารางเมตร บนอาคารราชพัสดุ - ห้างสรรพสินค้า เพื่อสนับสนุนการประหยัดพลังงานภายในอาคารของบริษัท ตามแบบแปลนที่อนุญาตได้ตามความประสงค์ โดยได้รับยกเว้นค่าเช่าในกรณีดังกล่าว และจัดทำประกันอัคคีภัยและเหตุทั้งปวงอันเกิดจากการติดตั้งระบบ ทั้งนี้ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ของบริษัทฯ เป็นการใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายในกิจการแล้วยังเป็นการช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากแหล่งที่ใช้และผลิตพลังงานด้วย พร้อมทั้งสนับสนุนนโยบายประหยัดพลังงานของรัฐบาลอีกด้วย
สำหรับการเดินทางนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ภายใต้โครงการธนารักษ์สานสัมพันธ์สื่อมวลชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจาก Meet the Press ผู้บริหารและสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนกับกรมธนารักษ์ ตลอดจนเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ ผลงาน และการดำเนินงานของกรมธนารักษ์ไปสู่ประชาชนอย่างถูกต้อง อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวทางรถไฟที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความคลาสสิกและส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว