เนชั่นทีวี

Business

ธนารักษ์ลงพื้นที่ชุมพร ตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าตามนโยบาย 'สานงานต่อ ก่องานใหญ่ สร้างสุขในองค์กร'

13 ก.ค. 2569 | tananya_nak

ธนารักษ์ลงพื้นที่ชุมพร ตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าตามนโยบาย 'สานงานต่อ ก่องานใหญ่ สร้างสุขในองค์กร'

กรมธนารักษ์ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ตรวจเยี่ยม ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนโครงการที่สำคัญตามนโยบาย “สานงานต่อ ก่องานใหญ่ สร้างสุขในองค์กร”

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เนื่องจากเป็นจังหวัดที่สำคัญทางการคมนาคมขนส่ง ทั้งทางถนน รถไฟ และทางทะเล เชื่อมต่อระหว่างภาคกลางกับภาคใต้ อีกทั้งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและบทบาทสำคัญด้านโลจิสติกส์และการท่องเที่ยว เป็นจุดเชื่อมโยงการเดินทางข้ามฝั่งไปยังเกาะต่างๆ ในอ่าวไทย และความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ดั่งคำขวัญประจำจังหวัด “ประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรม ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก” โดยจังหวัดชุมพรมีพื้นที่ รวม 3.75 ไร่ เป็นที่ดินราชพัสดุ เนื้อที่ประมาณ 16,689 ไร่ ใช้ในราชการ 15,569 ไร่ เพื่ออยู่อาศัย 312 ไร่ เพื่อการเกษตร 575 ไร่ และเพื่อการพาณิชย์ 233 ไร่ ซึ่งในปีพ.ศ. 2569 กรมธนารักษ์ได้ตั้งเป้าหมายรายได้จากการบริหารจัดการที่ราชพัสดุจังหวัดชุมพร 15,500,000 บาท สามารถจัดเก็บรายได้ประมาณ 12,2359,014 บาท 
 

อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากวิสัยทัศน์ของกรมธนารักษ์ “การเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สิน ของแผ่นดิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน” มาสู่นโยบาย“สานงานต่อ ก่องานใหญ่ สร้างสุขในองค์กร” ซึ่งเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานและการดำเนินงานโครงการที่สำคัญของกรมธนารักษ์ ในวันนี้จึงได้พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ราชพัสดุในอำเภอปะทิว ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการ “ธนารักษ์เอื้อราษฎร์” ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชพ.521 ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เนื้อที่รวมทั้งแปลงประมาณ 100-0-00 ไร่ เดิมเป็นที่ตั้งโรงเรียนบ้านปากคลอง ต่อมาได้มีการยุบเลิกการเรียนการสอน กระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2532 เกิดเหตุการณ์วาตภัยและอุทกภัยจากพายุใต้ฝุ่นเกย์ ทำให้ราษฎรตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้รับผลกระทบไม่มีที่ดินทำกินและไม่มีที่อยู่อาศัย ประมาณ 200 ครัวเรือน ทางราชการได้นำราษฎรผู้ได้รับผลกระทบเข้ามาอยู่อาศัยและทำการเกษตรในที่ราชพัสดุแปลงดังกล่าว ตั้งแต่ พ.ศ.2532 เป็นต้นมา ซึ่งทำให้ราษฎรผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ราชพัสดุ ยังไม่ได้ดำเนินการจัดให้เช่าอย่างถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนด ก่อให้เกิดปัญหาด้านระบบสาธารณูปโภคและระบบสาธารณูปการที่รัฐไม่สามารถดำเนินการให้ได้ 

ทั้งนี้สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชุมพรได้ดำเนินการสำรวจรังวัดจัดทำแผนที่รายละเอียดการบุกรุกเข้าถือครองทำประโยชน์ที่ดินราชพัสดุแปลงดังกล่าว และดำเนินการรับรองสิทธิผู้ถือครองที่ราชพัสดุด้วยการจัดให้เช่าที่ราชพัสดุ กรณีที่ผู้ถือครองที่ราชพัสดุไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์ ซึ่งถือครองอยู่ก่อนวันที่ 4 ตุลาคม 2546 เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการบุกรุก สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการ ปัจจุบัน ผู้ที่ได้รับสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชพ.521 มีจำนวน 116 ราย เนื้อที่เช่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 42 - 0 - 98 ไร่ ประกอบด้วย ผู้เช่าประเภทสัญญาเช่าเพื่ออยู่อาศัย จำนวน 108 ราย เนื้อที่รวมประมาณ 20 - 0 - 31 ไร่ ผู้เช่าประเภทสัญญาเช่าเพื่อการเกษตร จำนวน 8 ราย เนื้อที่รวมประมาณ 22 - 0 - 67.80 ไร่  พื้นที่ใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่น ที่ตั้งศาลาประชาคมหมู่บ้าน, ถนนสาธารณะ, สระน้ำ เนื้อที่รวมประมาณ 57 - 3 - 01.20 ไร่

นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ได้พาสื่อมวชนลงพื้นที่ในอำเภอเมืองชุมพร เยี่ยมชมการพัฒนาใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุสร้างรายได้ให้กรมธนารักษ์ และการต่อยอดทำให้ที่ราชพัสดุเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด ในรูปแบบ Solar Rooftop ซึ่งเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าให้กับผู้เช่า รวมทั้งเป็นต้นแบบการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนหันมาสนใจการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น อย่างเช่น โครงการประมูลสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุประเภทสิ่งปลูกสร้างของรัฐที่ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินที่ไม่ใช่ที่ราชพัสดุ หลังลำดับที่ ชพ.1133 - ชะ.1152 และ ชพ.2662 - ชพ.2666 จังหวัดชุมพร เมื่อปี พ.ศ. 2559 กรมปศุสัตว์ได้ส่งมอบคืนอาคารโรงฆ่าสัตว์และแปรรูปผลิตภัณฑ์โค - กระบือ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร อาคารที่มีอายุการใช้งานประมาณ 17.2 ปี พร้อมเครื่องจักรให้กับสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ชุมพร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางราชการ 

ปี พ.ศ. 2561 กรมธนารักษ์ได้พิจารณาเห็นชอบผลการประมูลเช่าอาคารราชพัสดุฯ ครั้งที่ 2 ให้บริษัท ดีแอนด์แซด คอนซัลแทนท์ จำกัด ได้รับสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุประเภทสิ่งปลูกสร้างของรัฐที่ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินที่ไม่ใช่ที่ราชพัสดุ เพื่อประกอบกิจการโรงงานฆ่าสัตว์และแปรรูปผลิตภัณฑ์โค - กระบือ (ฮาลาล) พื้นที่ใช้สอยประมาณ 4,252 ตารางเมตร เนื้อที่ประมาณ 76-3-58 ไร่ โดยกรมธนารักษ์ได้จัดทำสัญญาเช่าอาคารราชพัสดุเลขที่ 3-ชพ-2/2566 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2566 อายุสัญญาเช่ามีกำหนด 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญา (นับตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2566 ถึงวันที่ 6 มีนาคม 2596) โดยชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน แต่เนื่องจากการประกอบกิจการโรงฆ่าสัตว์และแปรรูปผลิตภัณฑ์โค - กระบือ มีต้นทุนค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละประมาณ 500,000 – 600,000 บาท และเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า 

ทั้งนี้ เพื่อการสนับสนุนโครงการประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายดำเนินการ กรมธนารักษ์ได้อนุญาตให้บริษัท ดีแอนด์แซด คอนซัลแทนท์ จำกัด ติดตั้งผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บนหลังคาอาคารราชพัสดุ เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าสำหรับประหยัดพลังงานภายในอาคาร โดยไม่มีการนำไปจัดหาประโยชน์ในเชิงพาณิชยกรรม จึงให้ผู้เช่าจัดส่งแบบแปลนการติดตั้งและเอกสารประกอบ พร้อมวางหลักประกันการเช่าเพิ่ม เป็นเงิน 86,880 บาท

โครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชพ.94 จังหวัดชุมพร โดยกรมธนารักษ์ได้พิจารณาเห็นชอบให้บริษัท ชุมพรโอเชี่ยนกรุ๊ป จำกัด ได้รับสิทธิการพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชพ.94 (บางส่วน) ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เนื้อที่เช่าตามสัญญาประมาณ 1-2-42.20 ไร่ พื้นที่ปลูกสร้าง 2,226 ตารางเมตร พื้นที่ใช้สอยภายในรวม 8,539.36 ตารางเมตร พื้นที่ใช้สอยภายนอกรวม 68 ตารางเมตร เพื่อปลูกสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง มีลักษณะอาคารพักอาศัยรวมคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) 4 ชั้น จำนวน 1 หลัง โดยผู้เช่าได้ดำเนินการตามเงื่อนไขสัญญาเช่าเลขที่ 3-ชพ-5/2561 ก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้กระทรวงการคลัง อาคารเลขที่ 58 ปลูกสร้างบนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชพ.94 (บางส่วน) ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร มีลักษณะอาคารห้างสรรพสินค้า 4 ชั้น จำนวน 1 หลัง อายุสัญญาเช่ามีกำหนด 20 ปี นับตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2581 

ต่อมากรมธนารักษ์อนุญาตให้บริษัท ชุมพรโอเชี่ยนกรุ๊ป จำกัด ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ขนาดกำลังผลิตติดตั้งรวม 353.60 กิโลวัตต์ เนื้อที่ใช้สอย 1,469 ตารางเมตร บนอาคารราชพัสดุ - ห้างสรรพสินค้า เพื่อสนับสนุนการประหยัดพลังงานภายในอาคารของบริษัท ตามแบบแปลนที่อนุญาตได้ตามความประสงค์ โดยได้รับยกเว้นค่าเช่าในกรณีดังกล่าว และจัดทำประกันอัคคีภัยและเหตุทั้งปวงอันเกิดจากการติดตั้งระบบ ทั้งนี้ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ของบริษัทฯ เป็นการใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายในกิจการแล้วยังเป็นการช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากแหล่งที่ใช้และผลิตพลังงานด้วย พร้อมทั้งสนับสนุนนโยบายประหยัดพลังงานของรัฐบาลอีกด้วย


สำหรับการเดินทางนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดชุมพร ภายใต้โครงการธนารักษ์สานสัมพันธ์สื่อมวลชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจาก Meet the Press ผู้บริหารและสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนกับกรมธนารักษ์ ตลอดจนเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ ผลงาน และการดำเนินงานของกรมธนารักษ์ไปสู่ประชาชนอย่างถูกต้อง อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวทางรถไฟที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความคลาสสิกและส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
 

ข่าวล่าสุด