"เอกนิติ" เผยกระตุ้นบริโภค-เร่งรัดลงทุนพลิกความเชื่อมั่นอุตฯ
11 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

"เอกนิติ" เผยมาตรการกระตุ้นบริโภค "ไทยช่วยไทยพลัส" - เร่งรัดลงทุน "Thailand Fastpass" ดันดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมพลิกบวกแตะ 88.2 ครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
Business
11 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

"เอกนิติ" เผยมาตรการกระตุ้นบริโภค "ไทยช่วยไทยพลัส" - เร่งรัดลงทุน "Thailand Fastpass" ดันดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมพลิกบวกแตะ 88.2 ครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายน 2569 พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 88.2 จากระดับ 84.7 ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งถือเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนว่า ปัจจัยสำคัญมาจากแรงหนุนของมาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่กระทรวงการคลัง ได้เร่งผลักดันออกมาอย่างต่อเนื่อง
ส.อ.ท. ยังระบุในการแถลงข่าวตอนหนึ่งว่า นโยบายสำคัญที่มีส่วนช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ มาตรการกระตุ้นการบริโภค และกำลังซื้อ ผ่านนโยบาย "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งเป็นกลไกช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ โดยสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้กว่า 43,200 ล้านบาท ส่งผลดีโดยตรงต่อยอดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร เครื่องดื่ม และกลุ่มแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ช่วยให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย (SMEs) มีสภาพคล่องและกลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง อีกมาตรการ คือมาตรการกระตุ้นการลงทุน ผ่านนโยบาย "Thailand Fastpass" ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและเร่งรัดคำขอส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้เกิดการลงทุนจริงอย่างรวดเร็ว ซึ่งนายเอกนิติ ระบุว่า ปัจจุบันสามารถเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจริงแล้ว 25 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 223,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในฐานะประธานบอร์ดบีโอไอ นายเอกนิติยังได้ตั้งเป้าหมายผลักดันการลงทุนจริงผ่าน Thailand Fastpass ให้แตะระดับ 1 ล้านล้านบาทภายในปีนี้ ควบคู่ไปกับการกำหนดเงื่อนไขให้โครงการที่เข้าร่วมต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและทักษะให้กับแรงงานไทย ผ่านโครงการ "Skill Bridge" เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวด้วย
ปัจจัยบวกอื่น ๆ ที่สนับสนุนความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ยังรวมถึงการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1% ต่อปี ตลอดจนการบริหารจัดการด้านพลังงานที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งในประเทศปรับตัวลดลง
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 94.5 จากระดับ 91.8 ในเดือนพฤษภาคม โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการโซลาร์ภาคประชาชน และแผนปรับโครงสร้างพลังงานวงเงิน 200,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เช่น แผงเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน
"แม้ภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก แต่ตัวเลขที่ฟื้นตัวในครั้งนี้ ถือเป็นผลจากการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญของรัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่องช่วยสร้างทิศทางที่ชัดเจน และเป็นแรงส่งสำคัญในการประคองและขับเคลื่อนความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยในช่วงครึ่งปีหลังต่อไป" นายเอกนิติ กล่าว