กมธ.วุฒิฯ จ่อชงปฏิรูปภาษีใหญ่ จ่อขึ้น VAT 10% แก้ขาดดุล
19 เม.ย. 2569

กมธ.วุฒิสภา เตรียมเสนอปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบ แก้ขาดดุลงบฯพุ่ง เสี่ยงหนี้ทะลุเพดาน ชงขึ้น VAT 10% พร้อมทั้งใช้ AI จัดเก็บภาษี เพิ่มรายได้รัฐ
Business
19 เม.ย. 2569

กมธ.วุฒิสภา เตรียมเสนอปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบ แก้ขาดดุลงบฯพุ่ง เสี่ยงหนี้ทะลุเพดาน ชงขึ้น VAT 10% พร้อมทั้งใช้ AI จัดเก็บภาษี เพิ่มรายได้รัฐ
19 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการ(กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ที่มีนายกัมพล สุภาแพ่ง สว. เป็นประธาน กมธ. ได้พิจารณาศึกษาแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทยแล้วเสร็จ และเตรียมนำเสนอการพิจารณาศึกษาให้ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณาเห็นชอบผลการพิจารณาและข้อเสนอ ในวันที่ 21 เม.ย. 69 นี้ ก่อนจะแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาและดำเนินการตามสมควร เพื่อประโยชน์ชาติและประชาชนสืบไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบทสรุปของรายงานศึกษาดังกล่าว มีสาระสำคัญตอนหนึ่ง ระบุว่า รัฐบาลมีปัญหาขาดดุลการคลังต่อเนื่อง ขณะเดียวกันภาษีอากรถูกนำมาใช้เพื่อสนองต่อนโยบายการเมืองหลายวัตถุประสงค์ ทำให้รายได้ของรัฐไม่พอกับรายจ่าย
อีกทั้ง 10 ปีที่ผ่านมา การขาดดุลงบประมาณมีต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ย 4% ของจีดีพี ซึ่งเกินกว่าสัดส่วนการขาดดุลงบประมาณตามกรอบความยั่งยืนทางการคลัง ที่กำหนดไม่เกิน 3% ต่อจีดีพี และในปี 2570-2572 มีแนวโน้มสัดส่วนหนี้สาธารณะสูงขึ้นจนเสี่ยงเข้าใกล้หรือทะลุเพดานหนี้ จึงส่งผลให้รัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นควรปรับโครงสร้างภาษีเพื่อให้สอดคล้องกับภาระรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริง
1.ข้อเสนอเชิงนโยบาย ด้วยการใช้เทคโนโลยีหรือปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ และพัฒนาการเก็บภาษีที่โปร่งใส เป็นธรรม ยกระดับให้กรมสรรพากรเป็นองค์กรจัดเก็บภาษีแห่งชาติ ที่มีคณะกรรมการบริหารอย่างอิสระ ลดอิทธิพลจากฝ่ายการเมือง
2.จัดเก็บภาษีจากฐานรายได้ อาทิ ให้ขึ้นทะเบียนผู้มีเงินได้ทุกคน เชื่อมกับฐานข้อมูลระบบสวัสดิการแห่งรัฐ กำลังพลภาครัฐ และระบบประกันสังคม เพื่อกำหนดนโยบายภาษีอากรของประเทศระยะยาว นโยบายสาธารณะ ระบบสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มการหักลดหย่อนบุตรโดยการเกิด เป็นคนละ 5 แสนบาท ให้มีโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล เพื่อสิทธิลดหย่อนภาษี ได้แก่ กองทุนการออมสำหรับบุตรหลานสัญชาติไทย และกองทุนการออมสำหรับบิดามารดา เพื่อสร้างวัฒนธรรมการออมและการลงทุน
“ให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทำหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 2% ของรายได้จากยอดขาย เพื่อส่งสรรพากร ปรับเพิ่มภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่ายสำหรับบุคคลที่ได้รายรับจากเงินปันผล เกิน 10 ล้านบาท โดยให้นำมาคำนวณรายได้ โดยคิดอัตราภาษีก้าวหน้าแบบขั้นบันได ยกเว้นภาษีสตาร์ทอัพ 3 ปีแรก จัดเก็บภาษีนิติบุคคลต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มแพลตฟอร์มที่ขายสินค้าหรือให้บริการคนไทยหรือผู้ประกอบการไทย 20% เช่น ติ๊กต๊อก อี-เบย์ อาลีบาบา ที่มีรายได้เกิดในประเทศไทย ไม่ว่ามีสถานประกอบการในไทยหรือไม่ และจัดเก็บ global minimum tax ขั้นต่ำ 15% ภายในปี2570” รายงานของกมธ. ระบุ
3.ข้อเสนอแนะภาษีจัดเก็บจากฐานการบริโภค อาทิ ปรับเพิ่ม VAT จาก 7% เป็น 10% เพื่อใช้พัฒนาสวัสดิการรัฐ รองรับสังคมสูงอายุ ให้ทุกร้านค้าออกใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ กำหนดนโยบายสลากกินแบ่งในรูปแบบใบเสร็จ หรือ ลอตเตอรี่ใบเสร็จไทย จัดเก็บ VAT กิจการธุรกิจอย่างเต็มระบบ โดยไม่ยกเว้นเกณฑ์รายได้ ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จัดเก็บภาษีขายหุ้น จัดเก็บภาษีซื้อ-ขาย ทองคำ ทั้งทองคำจริง ทองคำผ่านแพลตฟอร์มและ paper gold เป็นต้น
4.ข้อเสนอแนะภาษีจัดเก็บจากฐานทรัพย์สิน อาทิ ปรับปรุงกฎหมายที่ดิน ให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่า เก็บภาษีสูงขึ้น เก็บภาษีป้ายนอกอาคาร ทั้งที่เป็นการค้าหรือไม่ใช่การค้า เช่น ป้ายนักการเมืองอวยพรในเทศกาลต่างๆ ทบทวนปรับเพดานภาษีรับมรดก ให้เสียภาษีภายใน 150 วันนับจากวันที่เจ้ามรดกเสียชีวิต ไม่ใช่วันรับมรดก และสนับสนุนให้ออก ร่างพ.ร.บ.ทรัสต์ เพื่อจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคลเพื่อเป็นเครื่องมือต่อการจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพ
5.ข้อเสนอภาษีกับบทบาทการพัฒนาท้องถิ่น เช่น ศึกษาภาษี Home Town Tax จ่ายภาษีบำรุงให้เงินท้องถิ่นที่ตนต้องการ ให้บทบาท อปท.หารายได้ภาษีด้วยตนเอง มีคณะกรรมการวินัยการคลังท้องถิ่น เป็นองค์กรวิชาการให้คำแนะนำด้านการเงินการคลังกับท้องถิ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 20 เมษายน 2569 นี้ เวลา 08.00 น. -12.45 น. ที่ห้องรอยัล จูบีลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ชั้น 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการ มอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่าง สำนักงบประมาณ – กรมบัญชีกลาง – สตง – ป.ป.ช. – ป.ป.ท. นับเป็นการประชุมมอบนโยบายหลังนายกฯ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นที่น่าจับตา ว่า ประเด็นข้อเสนอ การปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT จะมีการพูดถึง จะมีความเป็นไปได้แค่ไหนอย่างไร และ ครม.พร้อมรับข้อเสนอ ผลการศึกษา ของคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ในวันพรุ่งนี้ ด้วย
ข่าวล่าสุด