- ปี 2568 ‘โต’ สวนกระแสเศรษฐกิจ
รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2568 (e-Conomy SEA 2025) โดยกูเกิล, เทมาเส็ก และเบนแอนด์คอมพานีระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลไทยในปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท กลุ่มธุรกิจแอปพลิเคชันเรียกรถและฟู้ดดิลิเวอรีมีอัตราการเติบโตสูงกว่า 15%
ขณะที่รายงานด้านแพลตฟอร์มฟู้ดดิลิเวอรีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2568 โดยบริษัท Momentum Works ระบุว่าตลาดฟู้ดดิลิเวอรีประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาค โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 5.1 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.62 แสนล้านบาท และมีอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาสูงกว่า 22%
เอ็มดีแกร็บเผยว่า ปี 2568 ธุรกิจของแกร็บในประเทศไทยเติบโตไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ถือเป็นอีกปีที่สามารถดำเนินธุรกิจและสร้างการเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้
แม้ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัวลง ตลอดจนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ไม่ได้เติบโตตามคาด อันเป็นผลมาจากสงครามทางการค้าทั่วโลก รวมถึงประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
- ยึดแชมป์ ‘เรียกรถ–ฟู้ดดิลิเวอรี’ ในไทย
สถิติจากแกร็บระบุว่า ความถี่ในการใช้งานโดยภาพรวมเพิ่มขึ้น 19%, การใช้จ่ายต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้น 8% มีผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวันเติบโตถึง 37%
ขณะที่จำนวนพาร์ตเนอร์คนขับเติบโตกว่า 52% ร้านค้าที่มีการทำธุรกรรมรายเดือนเติบโตกว่า 13.5% ส่วนบริการการปล่อยสินเชื่อเติบโตถึง 40% ลูกค้าธุรกิจเติบโต 45%
แกร็บยังคงสามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดทั้งบริการเรียกรถและฟู้ดดิลิเวอรีในประเทศไทย อ้างอิงจากข้อมูลของ Momentum Works ครองอันดับ 1 ในตลาดฟู้ดดิลิเวอรี ด้วยส่วนแบ่ง 47% ตามมาด้วยไลน์แมน 41% ช้อปปี้ฟู้ด 10% และฟู้ดแพนด้า 2%
แคมเปญของแกร็บช่วยผู้ใช้ประหยัดรวมกว่า 6,900 ล้านบาท บริการส่งแบบประหยัดเติบโต 77% แบรนด์ร้านอร่อยภายใต้ GrabThumbsUp มีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 20,000 ร้าน การใช้งานของกลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยในไทยเติบโตกว่า 60%
ส่วนไฮไลต์จากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” มีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 39,000 ร้าน ยอดขายช่วงแคมเปญโต 3 เท่า และ 50% ของร้านค้ายังคงมียอดขายเติบโตต่อเนื่องหลังจบโครงการ
ส่วนของธุรกิจการเดินทาง ประสบความสำเร็จอย่างมากกับการขยายบริการเรียกรถในราคาประหยัด (SAVER) ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ด้วยอัตราการใช้บริการที่เติบโตสูงกว่า 250% ทั้งยังรักษาฐานลูกค้าในตลาดพรีเมียมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและลูกค้าเชิงธุรกิจด้วยอัตราการเติบโต 90%
นักท่องเที่ยว 5 อันดับแรกที่ใช้บริการคือ สิงคโปร์, จีน, มาเลเซีย, สหรัฐ และอังกฤษ ทั้งยังมีการขยายตัวไปยังเมืองรองโดยจังหวัดท็อป 5 คือ เชียงราย อุดรธานี อุบลราชสีมา พิษณุโลก และตาก