หอการค้าไทย ขอบคุณรัฐบาล รับฟังเสียงเอกชน เร่งแก้ปัญหากระจายน้ำมัน ลดต้นทุนขนส่ง
18 มี.ค. 2569
หอการค้าไทย ขอบคุณรัฐบาล รับฟังเสียงเอกชน เร่งแก้ปัญหาการกระจายน้ำมัน - ลดต้นทุนขนส่ง พร้อมยื่นผลสำรวจผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลางประกอบนโยบายพลังงาน
Business
18 มี.ค. 2569
หอการค้าไทย ขอบคุณรัฐบาล รับฟังเสียงเอกชน เร่งแก้ปัญหาการกระจายน้ำมัน - ลดต้นทุนขนส่ง พร้อมยื่นผลสำรวจผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลางประกอบนโยบายพลังงาน
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุม ศบก. ครั้งที่ 5/2569 ซึ่งมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า หอการค้าไทยได้เสนอข้อมูลและข้อเสนอเชิงรุกต่อที่ประชุม เพื่อสะท้อนสถานการณ์จริงที่ผู้ประกอบการกำลังเผชิญ โดยมี 2 ประเด็นสำคัญที่ภาครัฐได้ตอบรับ ดังนี้
1. เร่งกระจายน้ำมันสู่หน้าคลังเพื่อรองรับภาคการผลิตและการขนส่ง
หอการค้าไทยเสนอให้เร่งกระจายน้ำมันไปยังหน้าคลังโดยเร็ว เพื่อลดปัญหาความแออัดของรถบรรทุกที่เข้ามาเติมน้ำมันในสถานีบริการ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในปั๊มไม่เพียงพอต่อการใช้งานในบางพื้นที่ มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ภาคการผลิตและการขนส่งสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในระดับพื้นที่
2. มาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งและความโปร่งใสด้านราคาหน้าคลัง
ในประเด็นต้นทุนภาคขนส่ง โดยเฉพาะเส้นทางลงสู่ภาคใต้ที่ต้องซื้อน้ำมันหน้าคลังในราคาสูงกว่าราคาขายปลีก ภาครัฐได้ตอบรับข้อเสนอ โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการประกาศราคาน้ำมันหน้าคลังเป็นรายวัน ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรม นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ส่งเสริมการใช้น้ำมัน B20 เป็นทางเลือก ซึ่งจะช่วยลดส่วนต่างราคาและบรรเทาต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในโอกาสนี้ หอการค้าไทยยังได้ยื่นเอกสารสรุปผลการสำรวจการใช้พลังงานและผลกระทบจากสมาชิกและเครือข่ายทั่วประเทศ ต่อรองนายกรัฐมนตรี เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายด้านพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงของภาคธุรกิจในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง
สำหรับสถานการณ์ราคาพลังงานล่าสุด ภายหลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ได้มีการปรับโครงสร้างราคาเพื่อสะท้อนกลไกตลาดและสร้างแรงจูงใจในการใช้พลังงานทางเลือก โดยน้ำมัน E20 ปรับลดลง 79 สตางค์ต่อลิตร ทำให้มีส่วนต่างจากแก๊สโซฮอล์ถึง 5 บาทต่อลิตร ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและผู้ประกอบการ
ท้ายที่สุดนี้ หอการค้าไทยและภาคเอกชนขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจในทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม
