กทม. เปิดตัว BKK Cooling Center ห้องหลบร้อน 304 จุดทั่วกรุงฯ
16 มี.ค. 2569
กทม.เปิด “ห้องหลบร้อน” 304 แห่งทั่วกรุงฯ ดูแลประชาชน พักคลายร้อน ดื่มน้ำ รับมืออากาศร้อนจัด พร้อมขยายเพิ่มต่อเนื่อง
Business
16 มี.ค. 2569
กทม.เปิด “ห้องหลบร้อน” 304 แห่งทั่วกรุงฯ ดูแลประชาชน พักคลายร้อน ดื่มน้ำ รับมืออากาศร้อนจัด พร้อมขยายเพิ่มต่อเนื่อง
16 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานแถลงข่าว “มาตรการเตรียมความพร้อมรับมือสภาพอากาศร้อนจัด พ.ศ. 2569” พร้อมเปิดตัวและนำชม “BKK Cooling Center” (ห้องหลบร้อน) เพื่อเป็นจุดพักพิงให้ประชาชนในช่วงฤดูร้อนที่มีดัชนีความร้อนพุ่งสูง สู้ภัยความร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ณ ศูนย์นันทนาการเทเวศร์ เขตพระนคร
นายชัชชาติ กล่าวว่า กทม.เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อากาศร้อนที่มีความรุนแรงมากขึ้น โดยเปิดพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพมหานครให้เป็น “ห้องหลบร้อน” เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาพักผ่อน ลดความเสี่ยงต่อผลกระทบจากความร้อน เช่น ภาวะลมแดด หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิสูงเพื่อเป็นจุดพักพิงให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ที่ไม่สามารถเดินทางไปห้างสรรพสินค้า หรือเดินทางไกลเพื่อหาสถานที่หลบร้อนได้ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดและดัชนีความร้อนมีแนวโน้มสูงขึ้น
ซึ่งห้องหลบร้อนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้มีโรคประจำตัว รวมถึงประชาชนที่ต้องทำงานกลางแจ้งหรือมีที่อยู่อาศัยซึ่งไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี โดยพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นจุดพักคลายร้อน ดื่มน้ำ พักผ่อน และหลีกเลี่ยงอากาศร้อนในช่วงที่อุณหภูมิสูงจัด
“ห้องหลบร้อนเป็นพื้นที่บริการประชาชนที่หน่วยงานของ กทม. มีอยู่แล้ว เราเพียงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบว่าสามารถเข้ามาใช้บริการได้มากขึ้น เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบาง” นายชัชชาติ กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่า การเปิดให้บริการห้องหลบร้อนไม่ได้ขัดกับมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล เนื่องจากไม่ได้มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพิ่มเติมหรือเพิ่มการใช้ไฟฟ้า แต่เป็นการใช้พื้นที่บริการเดิมของกรุงเทพมหานครที่มีเครื่องปรับอากาศอยู่แล้ว และดำเนินการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศตามนโยบายที่กำหนด โดย กทม.พร้อมดำเนินการตามนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการต่าง ๆ เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในอาคาร การใช้ยานพาหนะเท่าที่จำเป็น และการส่งเสริมการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์
“เราไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศเพิ่มหรือติดตั้งเครื่องใหม่ ห้องดังกล่าวเป็นพื้นที่บริการที่มีอยู่เดิม เพียงแต่ประกาศให้ประชาชนทราบว่าสามารถเข้ามาใช้บริการได้ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของประชาชน และยังสอดคล้องกับมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล” นายชัชชาติ กล่าวเน้นย้ำ
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิด “Cooling Center” หรือพื้นที่หลบร้อนเป็นมาตรการที่หลายเมืองทั่วโลกนำมาใช้รับมือกับคลื่นความร้อนที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย กทม.นำแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้ เพื่อดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในช่วงฤดูร้อน โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์จุดให้บริการ BKK Cooling Center ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงพื้นที่หลบร้อนได้สะดวกในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด
“หลายเมืองทั่วโลกมี Cooling Center เพื่อช่วยให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง มีพื้นที่ปลอดภัยจากความร้อน กรุงเทพฯ ก็ต้องเตรียมพร้อมในเรื่องนี้เช่นกัน” นายชัชชาติ กล่าว
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 69 และคาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2569 สำนักสิ่งแวดล้อม ได้บูรณาการทำงานเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามแผนบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569 เพื่อบรรเทาและดูแลสุขภาพประชาชน ซึ่งจากการเฝ้าระวังสถานการณ์ความร้อน พบว่าช่วงเวลา 10.00 - 15.00 น. เป็นช่วงที่อุณหภูมิพุ่งสูงและมีรังสี UV เข้มข้นที่สุด กลุ่มอาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้งจะได้รับผลกระทบโดยตรง
กทม. จึงกำหนดให้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาหลักในการให้บริการห้องหลบร้อน เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยฉับพลันจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเปิดห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) กระจายทั่วกรุงเทพฯ ทั้งหมด 304 แห่ง แบ่งเป็น โรงเรียน 100 แห่ง (เปิดให้บริการตั้งแต่ 1 เม.ย. 69 เป็นต้นไป) โรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง ศูนย์บริการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว 76 แห่ง สำนักงานเขตทั้งหมด 50 แห่ง และจะทยอยเปิดเพิ่มเติมในสถานที่ที่เหมาะสมต่อไป
ซึ่งทุกแห่งจะเป็นห้องปรับอากาศ มีมุมพักผ่อน บริการน้ำดื่ม รวมถึงชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดย กทม.ได้จัดการฝึกอบรมแนวทางการจัดเตรียมห้องหลบร้อนและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุภาวะฉุกเฉินให้กับเจ้าหน้าที่ที่ประจำห้องหลบร้อนแล้ว
ทั้งนี้ วัน/เวลาให้บริการห้องหลบร้อนอาจแตกต่างกันในบางสถานที่ โปรดตรวจสอบก่อนเข้าใช้บริการได้ที่ https://greener.bangkok.go.th/heat-escape-room/#info พร้อมแสดงบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียนก่อนเข้าใช้บริการ
นอกจากนี้ ได้เพิ่มจุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot) จำนวน 178 แห่ง แบ่งเป็น สวนสาธารณะ 48 แห่ง สวน 15 นาที 130 แห่ง ให้กับประชาชนที่มาออกกำลังกายได้คลายร้อน อีกทั้งยังมีจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรี 2,806 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ด้วย (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มี.ค.69)
ติดตามสถานการณ์ความร้อน Heat Index แบบ Realtime ทุกช่องทางแจ้งเตือน
จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้สภาพอากาศมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาความร้อนเมือง (Urban Heat) กรุงเทพมหานครจึงให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมและยกระดับมาตรการบริหารจัดการความร้อนอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของปี พ.ศ. 2569 ทั้งในมิติด้านพื้นที่และประชาชน สำหรับการแจ้งเตือนภัยความร้อน กรุงเทพมหานครได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนให้ดูแลตนเองตามระดับความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยแบ่งการแจ้งเตือนเป็น 4 ระดับ ดังนี้
โดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคลมร้อน (Heat Stroke)
ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) เป็นค่าที่สะท้อนความร้อนที่ร่างกายรู้สึกได้ ไม่ได้มาจากการวัดอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว แต่คำนวณร่วมกับค่าความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) ในอากาศ ซึ่งหากความชื้นสัมพัทธ์สูง ร่างกายจะระบายความร้อนผ่านเหงื่อได้ยาก ทำให้รู้สึกร้อนและไม่สบายตัวมากกว่าอุณหภูมิจริง และเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยประชาชนสามารถเช็กค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) แบบ Real-time ได้ทางแอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ AirBKK รวมถึงติดตามการแจ้งเตือนรายวันได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ กรุงเทพมหานคร หรือ ค้นหาห้องหลบร้อน จุดหลบร้อน และจุดบริการน้ำดื่มที่ใกล้ที่สุดได้ทันทีทางเว็บไซต์ Greener Bangkok ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัท เอ็ม. วอเตอร์ จำกัด ได้สนับสนุนน้ำดื่ม Sprinkle พร้อม cooler โดยติดตั้งและเปลี่ยนน้ำให้ตลอดจนหมดช่วงฤดูร้อน เพื่อให้บริการแก่ประชาชนที่มาใช้บริการห้องหลบร้อน รวมถึงจุดหลบร้อนในสวนสาธารณะ สวน 15 นาที เบื้องต้น 30 จุด หากมีภาคเอกชน หรือผู้สนใจสนับสนุนเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร โทร 0 2203 2920 หรือ 0 2203 2400
