สำหรับการสอบสวนในครั้งนี้ ทางการสหรัฐได้หยิบยกเหตุผลว่า มีหลักฐานบ่งชี้ถึงปัญหาภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ประกอบกับประเทศไทยยังคงได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐในระดับที่สูงถึง 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นับตั้งแต่การประชุมหารือในรอบที่ผ่านมา รัฐบาลได้เตรียมกลยุทธ์ในการอธิบายถึงโครงสร้าง และสาเหตุที่แท้จริงของการเกินดุลการค้าไว้อย่างชัดเจน
“สาเหตุที่ไทยได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากเม็ดเงินลงทุนของบริษัทสัญชาติอเมริกันเอง ที่เข้ามาลงทุน และใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกกลับไป”
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ตั้งคณะทำงานพิเศษติดตามสถานการณ์และหาแนวทางชี้แจงข้อกล่าวหา โดยนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวง เป็นประธาน พร้อมอธิบดีทุกกรมในกระทรวงพาณิชย์ เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบรายเซกเตอร์ รวมถึงแนวทางชี้แจงเพื่อไม่ให้สินค้าไทยถูกเก็บภาษีเพิ่ม
การตรวจสอบของสหรัฐอาจนำไปสู่มาตรการตอบโต้ทางการค้าหากพบว่านโยบายของประเทศที่ถูกตรวจสอบเข้าข่ายไม่เป็นธรรมหรือเลือกปฏิบัติ
สำหรับเหตุผลที่สหรัฐใช้ประกอบการพิจารณา 3 ประเด็น คือ
1.ไทยเกินดุลการค้าสินค้ากับสหรัฐสูงถึง 51,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ไทยเกินดุล 46,000 ล้านดอลลาร์
2.ภาคการผลิตของไทยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี และมีเพียง 1 ใน 3 ของอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนการระบาดของโควิด-19
3.อุตสาหกรรมที่อยู่ในข่ายพิจารณา ได้แก่ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร และยาง ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่มีการเกินดุลการค้าในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ