svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ทรัมป์ท้าทายศาลฎีกา! ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% ทันที

22 ก.พ. 2569

ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% ท้าทายคำตัดสินศาลฎีกาที่ชี้ว่าการตั้งภาษีเองขัดรัฐธรรมนูญ พร้อมใช้กฎหมายการค้าปี 1974 เป็นช่องทางใหม่ในการจัดเก็บภาษีชั่วคราว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยการประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลก (Global Tariffs) จากเดิมร้อยละ 10 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 15 โดยระบุให้มีผลบังคับใช้ในทันที

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ตัดสินว่าการที่ประธานาธิบดีใช้อำนาจฝ่ายเดียวในการตั้งภาษีนำเข้านั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากอำนาจในการจัดเก็บภาษีเป็นสิทธิของสภาคองเกรส ซึ่งส่งผลให้ภาษีเดิมที่ทรัมป์เคยประกาศใช้ภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉิน (IEEPA) ต้องถูกยกเลิกไป

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์ตุลาการเสียงข้างมากอย่างรุนแรงว่าทำลายผลประโยชน์ของอเมริกา และรีบลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีฉบับใหม่โดยหันไปใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 (Trade Act of 1974) แทน ซึ่งอนุญาตให้จัดเก็บภาษีนำเข้าได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 ในกรณีที่เกิดปัญหาดุลการค้าที่เลวร้าย แต่มีข้อจำกัดสำคัญคือจะบังคับใช้ได้เพียง 150 วันเท่านั้น เว้นแต่สภาคองเกรสจะเห็นชอบให้ขยายเวลาออกไป

ซึ่งนี่นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการนำกฎหมายมาตรานี้มาใช้และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมายรอบใหม่ในอนาคตอันใกล้

ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและการเรียกร้องเงินคืนมหาศาล

มาตรการภาษีใหม่ของทรัมป์เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการฟ้องร้องจากผู้นำเข้าสินค้ามากกว่าหนึ่งพันรายในสหรัฐฯ ที่พยายามเรียกเงินคืนจากภาษีที่จัดเก็บไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งประเมินว่ามีมูลค่ารวมสูงถึง 1.33 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.6 ล้านล้านบาท) โดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระบุว่า แม้บริษัทขนาดใหญ่จะมีโอกาสชนะคดีและได้รับเงินคืนได้ง่ายกว่า แต่บริษัทขนาดเล็กอาจต้องเผชิญกับกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อนและยาวนาน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลในหลายประเทศต่างแสดงความกังวลต่อความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่มีข้อตกลงการค้าเดิมกับสหรัฐฯ เช่น ไต้หวัน สหราชอาณาจักร และอินโดนีเซีย ซึ่งอาจต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่ซับซ้อนตามเงื่อนไขที่ทรัมป์พยายามรักษาไว้

กระแสวิจารณ์และผลกระทบทางการเมืองก่อนเลือกตั้งมิดเทอม

นโยบายภาษีของทรัมป์กำลังกลายเป็นประเด็นโจมตีทางการเมืองอย่างหนักจากฝั่งเดโมแครตที่มองว่าเป็นการ "ล้วงกระเป๋าประชาชน" และซ้ำเติมค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่การเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Elections) ในเดือนพฤศจิกายนนี้กำลังใกล้เข้ามา ซึ่งพรรคเดโมแครตต้องการที่นั่งเพิ่มเพียง 3 ที่นั่งเพื่อครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

ขณะที่ผลสำรวจล่าสุดระบุว่าคะแนนนิยมของทรัมป์ในด้านการจัดการเศรษฐกิจลดลงเหลือเพียงร้อยละ 34 เท่านั้น ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากผู้นำต่างชาติอย่างเยอรมนีที่เตรียมประสานงานร่วมกับยุโรปเพื่อกำหนดท่าทีร่วมกันในการเจรจากับทรัมป์ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้